short-fictions

2005/Jul/15

หนึ่งวัตถุ หนึ่งชื่อ สองคน สองเวลา สองเรื่องราว... สองเรื่องสั้น

เพื่ออรรถรสเต็มที่ในการอ่าน เมื่ออ่านเรื่องหนึ่งจบแล้ว ควรรีบอ่านอีกเรื่องทันที

002เท่เหี้ยๆ

วัตถุแท่งทรงกระบอกเรียวยาวที่อยู่ระหว่างสองนิ้วของไอ้สว่าง เป็นสิ่งที่เค้าคุ้นเคยกับมัน มากพอๆกับที่เขารู้สึกว่าอยู่คนละโลกกับมัน
เขาหยิบมันขึ้นมาพิจรณาอยู่เนิ่นนาน หมุนไปหมุนมาด้วยนิ้วชี้และนิ้วโป้งของเขา
ไอ้ห่า มึงจะดูดไม่ดูด กูมีมาตัวเดียวเนี่ย ไอ้มั่น เพื่อนสนิทไอ้สว่างโพล่งขึ้น
ไอ้ห่า มึงก็เบาๆสิวะ เดี๋ยวข้างนอกได้ยินหมด เวรกรรม ขอกูพิจรณาหน่อยสิวะ กูไม่เคย ไอ้สว่างพูดขึ้นพร้อมกับยกนิ้วชี้ขึ้นมาป้องปาก
เออๆ แล้วมึงจะดูดไม่ดูเนี่ย รีบๆจุดซะ เอ้า ไอ้มั่นยื่นกล่องไม้ขีด ยี่ห้อพญานาคมาให้ไอ้สว่าง
อะไรของมึงเนี่ย ใช้ไม้ขีดเนี่ยนะ
เออน่า ไปขโมยมาจากโรงอาหาร มึงอย่าบ่นมากได้ไหม
สว่างค่อยๆบรรจงคีบบุหรี่เข้าไปในปาก
นัยน์ตาเหม่ลอย มองออกไปตรงช่องสี่เหลี่ยมที่เกิดจากรอยร้าวของผนังปูน สูงขึ้นไปเกือบจระเพดาน
แสงอาทิตย์ลอดเข้ามา เขาหรี่ตาลง
ในใจพลางคิดถึงเหตุการณ์ต่างๆ

ถ้ามีใครสักคนยืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำชาย ห้องด้านในสุดตอนนี้
แล้วมองลอดเข้าไปบริเวณช่องข้างใต้
ก็จะพบเห็น เท้าสองคู่ของเด็กชายสองคน
อายุราว 12 13 ปี
พึ่งจะเป็นวัยนรุ่นใหม่ๆกันเท่านั้น
และหาก คนๆนั้น เปิดประตูบานนั้นออกมา
ก็จะพบว่า ทั้งสองคนแอบเข้าไปอยู่ในนั้น ไม่ได้ทำธุระอื่นใด
พวกเขาเพียงกำลังพยายามอยากลองอะไรใหม่ๆเท่านั้นเอง

.............................................
สว่างไม่มีแฟน
ก็กูมันไม่หล่อนี่หว่า พ่อกูก็ไม่รวย สว่างบนในวงเหล้าอันประกอบไปด้วย ไอ้มั่นเพื่อนซี้คู่ใจ ไอ้หนึ่ง และ ไอ้สุทธิ์ เตะบอลด้วยกันทุกเย็น
ของอย่างนี้มันไม่ได้อยู่ที่หน้าตาเว้ย มันอยู่ที่คารมคมคาย ห่า ไอ้หนึ่งพูดแย้ง เอานิ้วคนแก้วเหล้าที่พึ่งผสมเสร็จใหม่ๆ แล้วยกขึ้นกระดกไปสองอึก
ทั้งวงเหล้าเหลือแต่ไอ้สว่างเท่านั้นที่ยังไม่มีแฟน
ใช่ ข้าเห็นด้วยกับ เหี้ยหนึ่งนะ ดูอย่างไอ้เม้งห้องสี่เด่ะ หน้ายังกะตูด แม่งเมียสวยชิบหาย ไอ้มั่นเพื่อนไอ้สว่างเสริม เอ็งก็ไม่ได้หน้าตาแย่ขนาดนั้น กูว่าขาดแค่ลุ๊ค ที่ดูดีหน่อยเท่านั้นแหล่ะ เดี๋ยวเรื่องนี้พวกกูช่วยกันได้เว้ย
อะไรนะ ให้กูไปหาใครมาเลี้ยงเหรอไงวะ
ไอ้ห่า ไม่ใช่ว้อย ลู๊คโว้ย หมายถึง มาดน่ะ ฟอร์มอ้ะ ไม่ใช่ให้ไปหาลูกมาเลี้ยง ไอ้ควาย ไอ้สุทธิ์ พูดแล้วตบหัวไอ้สว่าง
ทั้งวงเหล้าหัวเราะกันครืน
ถึงเวลาตีสามครึ่ง วงเหล้าก็เลิกรากันไป โดย ไอ้หนึ่งกับไอ้สุทธิ์ ขี้มอเตอร์ไซค์ กลับไปด้วยกัน บ้านมันอยู่ทางเดียวกัน ส่วนไอ้มั่น นอนค้างอยู่กับสว่างเป็นเพื่อน
ไม่ได้ทำอะไร
แต่กำลังประชุมแผนว่า จะหาแฟนให้ไอ้สว่างยังไงดี
กูว่านะ ต้องใช้แผน พระเอกมาเอง
แผนห่าอะไรของมึงอีกล่ะ เดี๋ยวก็ได้ดีอีก คราวที่แล้วให้กูฝึกเล่นกีตาร์ ไอ้ห่า สายขาด ดีดไปโดนหน้าไอ้พลอย หน้าเป็นรอยเลย ไอ้เวร เค้าเกลียดกูเลยไหมล่ะนั่น
ฮ่าๆๆๆๆ เออๆ ตอนนั้นตลกจริงๆนะเว้ย ไอ้มั่นปล่อยก๊ากออกมา
แต่คราวนี้ได้ผลแน่ๆ เชื่อกู
ไอ้ผลแน่นะ ทำอะไรวะ...
คือยังงี้... ไอ้มั่นเอาปากเข้ามากระซิบที่หูไอ้สว่าง ราวกับว่ากลัวว่าใครจะได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูด
......................................

เอ้า ทำห่าอะไรอยู่อีกล่ะเว้ย มึงเนี่ย กูอุตส่าห์ไปขอบุหรี่มาจากภารโรง ขโมยไม้ขีดมาจากโรงอาหาร ทำให้มึงหมดแล้วเนี่ย จะให้กูจุดไฟให้มึงด้วยมั๊ยเนี่ย ไอ้มั่นบ่นขึ้น
สว่างได้สติอีกครั้ง ก้นบุหรี่ที่คาบอยู่ในปากเริ่มเปียกชิ้นด้วยน้ำลายของเขา
สงสัยจะคาบนานเกินไป สว่างคิดในใจ
ไม่ต้องว้อย เดี๋ยวกูจัดการเอง สว่างพูดขึ้นทั้งๆที่ปากยังคาบบุหรี่อยู่
มึงไปรอข้างนอกก่อนไป สองคนมันแคบ กูไม่ถนัด
ถนัดเหี้ยอะไรวะ แหน่ะ จะเหนี่ยวอ่ะเด่ะมึง ไปก็ได้วะ ไอ้มั่นหยอกทีล้อทีจริง
เหนี่ยวพ่อมึงดิ กูก็แค่กลัวมึงสำลักควัน ไอ้สว่างแก้ตัวอย่างไม่ขึ้น
... แล้วอีกอย่าง... มันจะได้ผลแน่เหรอวะ
ได้สิวะ เพื่อนกูแม่งบอกมา เวลาสูบบุหรี่เท่ชิบหาย สาวๆชอบ เดี๋ยวนี้เค้าไม่ชอบเด็กดีกันแล้ว มันต้องแนวๆ เท่ๆ สูบบุหรี่ กินเหล้า ขี่มอไซค์เสียงดังๆว้อย ไอ้มั่นยืนยัน
แต่สูบบุหรี่ มันไม่ดีต่อสุขภาพนี่ สว่างพูดจากความรู้ที่ได้เรียนมาจากวิชา สุขศึกษา
สูบแค่นี้ไม่ตายหรอก พ่อกูสูบวันละซอง ยังเห็นแกแข็งแรงไม่เห็นเป็นอะไรไอ้มั่นเถียง
แล้วมึงจะเอามั๊ย หญิงน่ะ
... สว่างไม่ตอบ
เออๆ ตามใจ กูอยู่หน้าห้องน้ำแล้วกัน ไอ้มั่นตอบพร้อมกับผลักประตูออกไป
เหม็นชิบหาย มันบ่นเบาๆขณะเดินออกไปนอกห้องส้วม
สว่างมองมันเดินจากไป แล้วก็เปลี่ยนมาให้ความสนใจที่วัตถุทรงกระบอกในปากของเขา เขาหยิบมันมาพิจรณาอีกครั้ง หมุนไปรอบๆ จนตัวอักษรตรายี่ห้อปรากฏมาให้เห็นชัดเจน เขาอ่านมันออกได้ง่ายดาย
สว่างชอบเรียนภาษาอังกฤษ
Malboro เขารำพึงออกมาเบาๆ
แน่นอน ไม่มีมีได้ยินเสียงของเขา
..................................
พ่อของสว่าง สูบบุหรี่จัด
ในวันนั้นฝนตกกระหน่ำ
เสียงสวดของพระ ระงึมงำ แข่งกับเสียงของหยดน้ำที่ร่วงโรยลงมาจากฟากฟ้า
... อิมินา สักกา เรนะ... โอโนปุชยามะ...
สว่างในร่างเด็กสามขวบนั่งพนมมือทำหน้าแป๋ว
เขาไม่รู้ว่างานศพคืออะไร
เขาหันไปดึงแขนเสื้อแม่ ที่นั่งอยู่ข้างๆ
แม่ของสว่าง น้ำตาไหลอาบแก้ม
แม่ๆ หนูปวดฉี่
แม่หันมามอง สายตาไร้แวว
จ้ะ... เดี๋ยวแม่พาไปห้องน้ำนะ
แม่ของสว่างปาดน้ำตา ก่อนที่จะอุ้มเขาไปที่ห้องน้ำ บริเวณหลังเมรุ
สว่าง ลูกห้ามสูบบุหรี่เด็ดขาดนะ แม่ของเขาเอ่ยขึ้นเบาๆ ขณะอุ้มให้เข้าฉี่
พ่อของสว่าง ป่วยตายด้วยโรคมะเร็งปอด
.................................
บุหรี่ยังคงอยู่ในมือของสว่าง
เขายัดมันเข้าไปในปาก
ตัดสินใจแนวแน่
... ขอให้กูได้หญิงจริงเฮ้อะ... เขาบ่นพึมพำ
แล้วหยิบไม้ขีดออกมาหนึ่งก้าน....

ไอ้มั่นนั่งรออยู่ที่ม้าหินหลังพิงต้นโพธิ์ใหญ่ บ่นกับตัวเอง ห่า แค่สูบบุหรี่ ทำเป็นคิดมาก แล้วก็แหงนหน้ามองขึ้นไปบนฟ้า หลับตา อืมม เมื่อคืนกินเหล้านอนดึกไปหน่อย สามคาบตอนเช้าก็ไมได้เข้าเรียน....
ขณะที่ความคิดของเขาล่องลอยอยู่นั้น เสียงๆหนึ่งก็ดังเข้ามาในโสตประสาท
...เสียงอันตราย...
เสียงกระเดิ่งจักรยานของครูระเบียบ ดังขึ้น เขามักขี่มันเพื่อตรวจตราหาเด็กโดดเรียนมาสูบบุหรี่ในห้องน้ำเป็นประจำ ไอ้มั่นจำเสียงนี้ได้อย่างชัดเจน เขาถีบตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
ไอ้สว่าง ชิบหายแล้วโว้ย ไอ้สว่าง ไอ้มั่นยืนหน้าห้องน้ำ แล้วตะโกนเข้าไปในห้องน้ำ
ไอ้ง่ามมาๆ มึงรีบออกมาเร็ว
สว่างรีบผลักประตูห้องน้ำออกมาแล้ววิ่งด้วยความเร็วออกไปยังประตูอีกทิศทางหนึ่ง ไอ้มั่นเหวี่ยงตัววิ่งตามไอ้สว่างไปติดๆ
นั่นพวกเธอ ทำอะไรกันน่ะ ครูระเบียบตะโกนไล่หลังมา
ไอ้ห่า ชิบหาย วิ่งๆๆๆๆๆ ไอ้มั่นตะโกนบอกเพื่อน
เออ กูใส่เกียร์หมาแล้วเนี่ย สว่างวิ่งด้วยความเร็วเต็มที่ควบไม่หยุด
ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังบริเวณตึกห้องสมุด แล้วลัดเข้าไปในซอยระหว่างตึกสาม และ ตึกสี่
มั่นหายใจหอบถี่ มันไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ผิดกับสว่างที่เตะบอลอยู่เป็นประจำ
มั่นหายใจระรัว พร้อมกับ ยื่นหน้าออกไปดู เห็นจักรยานของครูระเบียบขอบออกไปไกลลิ่วอีกทางหนึ่ง
เฮ้อ... เกือบไปแล้วมั๊ยล่ะมึง
เออ เกือบไปแล้ว ดีนะที่มึงออกไปนั่งรอข้างนอก ไม่งั้นโดนแน่
เออ... เป็นเหี้ยอะไร เดี๋ยวนี้แม่งตรวจบ่อยชิบหาย... ไอ้มั่นบ่นอุบ เออ ออกไปกันเหอะ ปลอดภัยแล้วล่ะวะ มั่นพูดพร้อมกับดันตัวไอ้สว่างออกไปอีกปลายทางหนึ่ง

บางครั้ง โชคชะตาก็เล่นตลกกับเราเหมือนกัน

สว่างเดินออกไปด้านนอกโดยไม่ได้มองซ้ายขวา โดยปรกติแล้วไม่ค่อยมีคนเดินเข้ามาในซอกตึกนี้อยู่แล้วด้วย ทำให้พลอยที่เดินสวนออกมา ไม่ทันระวังเห็นเข้าไปอีก
โครม ทั้งสองชนกันอย่างจัง
ทั้งสองหงายหลัง เอามือลูบหัว
เอ้อ ขอโทษนะ เราไม่ได้มองพอดี พลอยเอ่ยขอโทษต่อ สว่าง
อ่ะ เอ่อ ไม่เป็นไรๆ เราเองแหล่ะ ที่ดันออกมาจากที่ประหลาดๆ สว่างตอบ พร้อมกับรอยยิ้มแหยๆ
แล้วนี่เธอ... พลอยเอยขึ้น ทำจมูกฟึดฟัด
ไอ้มั่นที่เดินตามออกมาเสียววาบ กลัวว่าเพื่อนหญิงร่วมห้องจะได้กลิ่นบุหรี่จากตัวไอ้สว่าง พร้อมกันนั้น เสียงกระดิ่งที่ไม่อยากได้ยิน ก็หวนกลับมาอีก เขาหันขวับไป มองข้ามตึกออกไป เห็นครูระเบียบกำลังปั่นจักรยานมุ่งหน้ามาทางพวกเขา
ชิ บ ห า ย ไอ้มั่นสบถขึ้น วิ่งเร็วไอ้หว่าง
สว่างกำลังก้มหน้าก้มตา เก็บหนังสือให้พลอยต่อไป
เอ่อ แล้วยังไง พรุ่งนี้เราให้เธอสอนการบ้านภาษาอังกฤษให้หน่อยนะ เธอเก่งภาษาอังกฤษไม่ใช่เหรอ พลอยถามด้วยรอยยิ้มอายๆ
เอ่อ อ่า ... ดะ ได้ สิ เดี๋ยวเรามาเช้าๆหน่อยแล้ว กะ... ยังไม่ทันขาดคำ ไอ้มั่นก็คว้าขอเสื้อสว่างแล้วเริ่มออกวิ่ง สว่างยิ้มแหยๆให้พลอยก่อนออกตัวไปแล้วโบกมือลา
พลอยหัวเราะออกมาเบาๆกับการกระทำของทั้งคู่ แล้วจึงโบกมือลา
ไอ้เวร เอาแต่หลีหญิง ไอ้มั่นบ่นขณะวิ่งหนี
สว่างไม่ตอบอะไร
เขาเพียงแต่กำลังยิ้มอยู่... โดยไม่รู้ตัว

ตอนนี้ถ้ามีใครสักคนเดินไปเข้าห้องน้ำชายห้องด้านในสุด
ก็จะพบกับกล่องไม้ขีดตกอยู่บริเวณฝาชักโครก
แล้วถ้าเขาตั้งใจสังเกตสักหน่อย
ก็จะเห็นบุหรี่ยี่ห้อนำเข้า ตกอยู่ข้างๆ
คงจะนึกเสียดาย เพราะมันเปียกชื้น สูบไม่ได้
ทั้งๆที่มันยังไม่ถูกจุดด้วยซ้ำ

2005/Jul/15

หนึ่งวัตถุ หนึ่งชื่อ สองคน สองเวลา สองเรื่องราว... สองเรื่องสั้น

เพื่ออรรถรสเต็มที่ในการอ่าน เมื่ออ่านเรื่องหนึ่งจบแล้ว ควรรีบอ่านอีกเรื่องทันที

001รอยดำบนพื้นนา

วัตถุแท่งทรงกระบอกเรียวยาวที่อยู่ระหว่างสองนิ้วของตาสว่าง เป็นสิ่งที่เค้าคุ้นเคยกับมัน มากพอๆกับที่เขารู้สึกว่าอยู่คนละโลกกับมัน
เขาหยิบมันขึ้นมาดมอยู่หลายนาน สูดกลิ่นของมันเข้าไปเต็มปอด ราวกับว่าหน้าที่ของมันเอาไว้เพื่อดมกลิ่น เขาเอื้อมมือไปหยิบกล่องไม้ขีดที่วางอยู่บนโต๊ะตัวเก่า จุดไฟ เอามันมาจ่อที่ปลายวัตถุประหลาดชิ้นนั้น ไฟลุกติดอย่างง่ายดาย เขาสะบัดมือทิ้งไปพร้อมๆกับ อัดลมหายใจผ่านวัตถุนี้เข้าไปเต็มปอด คีบมันออกจากปาก ค่อยๆพ่นลมออกมาช้าๆ
ควันลอยคลุ้งไปกลางอากาศ แล้วก็หายไป สิ่งที่ตามมาแทบจะทันทีก็คือเสียงไอดังโขลกของ ตาสว่าง...
เขาหยิบวัตถุประหลาดทรงกระบอกนั้น มาพินิจพิจรณาอีกครั้ง หมุนมันไปรอบๆด้วยปลายนิ้วชี้และนิ้วก้อย จนตัวอักษรยี่ห้อของวัตถุปรากฏขึ้น มันเป็นตัวอักษรในภาษาที่เขาไม่คุ้นเคยนักเขียนว่า Malboro
... มานโบโร ตาสว่างรำพึงออกมา แน่นอนไม่มีใครได้ยินเสียงของแก
เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบต่ออย่างรวดเร็ว กลัวว่าไฟจะมอดไหม้ตัวบุหรี่ไปอย่างสูญเปล่า

....................................................
ตาสว่างชอบสูบบุหรี่
เฮ้ย สูบบุหรี่น่ะ ทำให้เลือดลมเดินดี พวกเอ็งจะไปรู้อะไร ตาสว่างตะโกนเสียงดังในวงเหล้า
ในนั้นประกอบไปด้วย ตามั่น เพื่อนเก่าเพื่อนแก่ของแก อ้ายหนึ่ง รุ่นน้องคราวคุณลุงเป็นกำนันหมู่บ้าน และ ไอ้สุทธิ์ ลูกชายอ้ายหนึ่ง ที่พึ่งกลับมาจากกรุงเทพ
แต่สูบมากไปมันก็ไม่ดีนะตา เขาว่าสูบจัดๆเนี่ย เซ็กซ์เสื่อมเร็วนะ ตาหว่าง อ้ายหนึ่งโพล่งขึ้นมา ทำเอาทั้งวงหัวเราะกันครืน
คืนนั้น เป็นการตั้งวงเหล้าหลังการเลี้ยงที่อ้ายหนึ่งได้เป็นกำนันคนใหม่ ประจวบกับที่ลูกชายแกพึ่งกลับมาจากกรุงเทพฯ การนัดกินเหล้ากันหลังงานเลี้ยงที่เป็นพิธีรีตองจึงเป็นเรื่องที่แทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้
เอ็งจะไปรู้อะไร ดูดจัดๆนี่แหล่ะ ตัวดีเลย ในหมู่บ้านนี้ใครลูกดกที่สุดข้าถามหน่อย
เสียงหัวเราะตามมาอีกครืนหนึ่ง
ตาสว่างก็จัดแจงเอายาเส้นโปรยลงบนกระดาษ ม้วนมันอย่างชำนาญ แล้วเอาลิ้นเลียเพื่อให้กระดาษห่อติดกัวกันเป็นม้วน หยิบไม้ขีดไฟยี่ห้อ พญานาคขึ้นมาจุดแล้วเอามาจ่อบุหรี่ (ทำมือ) พร้อมๆกับอัดเข้าไปในปอด
ทั้งหมดนี้ปฏิบัติอย่างรวดเร็วภายใต้เวลาเพียง 10 วินาทีเท่านั้น
จากนั้นเสียงไอโขลกก็ตามมา
ทั้งวงหัวเราะกันอีกครั้ง
ระวังนะไอ้หว่างเอ๊ย ดูดจัดขนาดวันละหลายตัวขนาดนี้ มันฆ่าเอ็งได้ง่ายๆเลยนะ ตามั่นเอ่ยขึ้น
ไม่เป็นไรหรอก... เลือดลมเดินดี ตาสว่างยังเถียงด้วยคำเดิม
วงเหล้าจบลงด้วยการล่ำลา เนื่องด้วยความเมาเริ่มครอบงำสติสัมปชัญญะ ของชายแต่ละคนอย่างครบถ้วน ตาสว่างเดินออกมาส่งถึงบริเวณนอกผืนนาแล้วกลับมานั่งคนเดียวที่กระท่อม
ระหว่างทางกลับบ้าน ไอ้สุทธิ์ถามพ่อของมัน
แล้วลูกๆตาสว่างไปไหนหมดล่ะพ่อ ไม่มาอยู่ดูแลแกหรือ เหมือนว่าสุขภาพแกก็ไม่ค่อยจะดีเลยนะ...
อ้ายหนึ่งมองหน้าลูกชายตนเองแล้วเงียบไปครู่หนึ่ง
ลูกๆแกหนีเข้ากรุงไปหมดแล้ว เหมือนอย่างเอ็งนั่นแหล่ะ แต่เอ็งยังดีที่กลับมา แต่...
อ้ายหนึ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตามองขึ้นไปบนฟ้า
วันนั้นฟ้าปิดสนิท ไม่เห็นแม้ดาว หรือพระจันทร์
ลูกแกสิบคน เข้าไปทำงานที่กรุงเทพ แล้วก็ไม่มีใครติดต่อได้เลย พวกเขาไม่เคยกลับมาเยี่ยมแกสักครั้ง... เห็นลูกๆแกอยากไปทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมที่เกิดใหม่เท่านั้น พวกเขาบอกว่าไม่อยากจะเป็นชาวนากัน
ทั้งสองเดินกลับบ้านกันอย่างเงียบๆ
ไม่มีใครพูดอะไรอีกเลยระหว่างทาง
.........................................

นอกกระท่อมของตาสว่างตอนนี้เป็น เวลากลางคืน ทุกอย่างเงียบสงัด เว้นก็แต่เสียงของจั๊กจั่น และ เสียงหายใจของควายชราตัวหนึ่งที่ถูกล่ามเอาไว้บริเวณใกล้เคียงกับต้นกล้วยค้นหนึ่ง รอบๆกระท่อมไม่มีอะไรนอกไปจากทุ่งนาที่โล่งกว้าง ดินแตกระแหง และต้นกล้วยสองสามต้น
ถ้ามีใครสักคนมายืนมองนอกกระท่อมตอนนี้ ก็จะเห็นเงาตะคุ่มของชายชราผู้หนึ่งที่นั่งสูบบุหรี่อยู่บนระเบียงของกระท่อม เห็นควันค่อยๆลอยออกมาเป็นระยะๆ ความถี่ใกล้เคียงกับลมหายใจของควายชราตัวนั้น
เสียงไอโขลกดังขึ้นอีกครั้ง ทำลายความเงียบสงัด
ควันบุหรี่ และเสียงไอ
สลับกันไปเช่นนี้สม่ำเสมอ ราวกับว่าเป็นการทำงานของเครื่องจักร

กึก! เสียงดังขึ้นบริเวณด้านหลังของกระท่อม
เสียงนั้นทำเอาตาสว่างสะดุ้งเฮือก... เขาหันขวับไปรอบๆตัว ชะเง้อหัวไปดูว่ามีใครอยู่ตรงนั้นหรือไม่ ในมือยังคีบบุหรี่อยู่ไม่ยอมปล่อย รีบอัดเข้าปอดอีกหนึ่งอึกใหญ่ พร้อมกับไอออกมาอีกชุดหนึ่ง กลัวว่าใครจะมาขอแย่งบุหรี่ยี่ห้อจากต่างเมืองของแกสูบกระมัง
เดินออกไปตรงหลังกระท่อม ตาสว่างไม่เห็นในใคร นอกจากเงาตะคุ่มๆของควายชราตัวนั้น
ชายชราค่อยๆเดินเข้าไปหาควายชราตัวนั้น
บริเวณขาของมันเป็นรอยแผลเหวอหวะ ที่ไม่เคยรักษาหายมานานหลายปี ควายชราต้องเดินไถนากับสภาพขาแบบนี้ บนพื้นดินแตกแข็งมานาน
ตาสว่างมองมันเข้าไปในสายตา... เขามองอะไรไม่เห็นนอกจากความเจ็บปวด
ตาสว่างไม่แน่ใจขึ้นมาในวูบหนึ่ง ว่าความเจ็บปวดที่เขามองเห็นนั้น เป็นของควายชรา
หรือของตัวเองกันแน่
..........................................
ตาสว่างเป็นชาวนา
บ่ายวันนั้น แสงแดดเผาร้อนระอุ ราวกับว่าจะทำให้ทุกสรรพสิ่งบนพื้นโลกไหม้เป็นจุลไปเสียอย่างนั้น
คนกลางขายข้าวเดินทางมาถึงที่กระท่อมของตาสว่าง ซึ่งนั่งม้วนบุหรี่ตัวสุดท้ายของแกอยู่
เกิดการสนทนาอย่างคนนอก
เกิดการแลกเปลี่ยนกัน
ข้าวสารไม่กี่กระสอบ เงินกำมือหนึ่ง
ตาสว่างก้มหน้ามองธนบัตรยับยู่ในมือของแก
แค่นี้เองหรือ... ตาสว่างเอ่ยถามพ่อค้า
แค่นี้แหล่ะ ช่วงนี้มันเศรษฐกิจไม่ดีน่ะตา ทนๆเอาหน่อยแล้วกัน คนกลางตอบอย่างรำคาญ วันนี้เขาต้องตอบคำถามแบบนี้กี่รอบแล้วนะ
แต่ว่า ช่วงนี้ข้าวมันปลูกไม่ขึ้นจริงๆนะ ดินมันแตก แดดมันร้อน ตาขอเพิ่มอีกหน่อยเถอะนะ
ไม่ได้หรอกตา ราคานี้ผมก็แย่แล้ว ผมก็เห็นใจตานะ ทำงานร้อนๆแบบนี้ แถมยังปลูกไม่ค่อยขึ้นอีก ดูไอ้ดินนี่สิ... ผมก็ไม่เข้าใจว่าตาทนอยู่ได้ยังไงนะ ลูกหลานน่าจะมาดูแล...
ตาสว่างเงียบไป
... หรือไม่ตาก็หาอย่างอื่นทำเถอะนะ เป็ยชาวนาเดี๋ยวนี้มันจนจะตาย เดี๋ยวก็มีโรงงานบุหรี่มาเปิดแถวๆนี้ ยี่ห้อ มาลโบโร เขาต้องการพื้นที่บริเวณนี้เพื่อทำโรงงานนี่ ตาก็ขายที่ไปเสียสิ จะได้มีเงินใช้ อยู่สบายๆนะ คนกลางพูดไม่หยุด แล้วก็เหลือบไปดูนาฬิกาตัวเอง โอ๊ย สายป่านนี้แล้ว เดี๋ยวผมไปก่อนนะตา พอดีต้องไป ดีลกับลูกค้าเรื่องที่ดินอีก เอ้อ เอานามบัตรผมไว้แล้วกันนะ เผื่อตาอยากขายที่ เขาต้องการที่เยอะมากเลย เดี๋ยวผมจัดการให้ ไม่ต้องห่วง เอ้อ เอ้านี่ เขาล้วงเข้าไปในกระเป๋าหลังตัวเอง
ลองดูนะตา เห็นตาชอบสูบ เขายื่นซองบุหรี่สีแดงขาว ยับยู่ยี่ให้ตาสว่าง หน้าซองเขียนเป็นภาษาที่ตาสว่างไม่คุ้นเคย Malboro
คนกลางยกมือไหว้ตาสว่างยากลวกๆ แล้วก็กระโดดขึ้นรถกระบะขับออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่ทันทีตาสว่างจะได้ยกมือมารับไหว้ด้วยซ้ำ
รถขับแล่นออกไปอย่างรวดเร็ว พ่นควันดำออกมา ผสมกับควันของฝุ่นดินที่แห้งกรอบ
ตาสว่างจ้องมองเศษเงินในมือ ค่อยๆยัดมันเข้าไปในกระเป๋ากางเกงขาดวิ่นของแก อีกมือหนึ่งถือซองบุหรี่ เอานิ้วเข้าไปควานในซอง....
...ในนั้นเหลือบุหรี่อยู่หนึ่งตัว
ไม่ให้ข้าทำนา แล้วข้าจะไปทำอะไร...

.......................................................
หรือเอ็งคิดว่าไง หือ? เจ้าเพื่อนยาก
ตาสว่างเอามือลูบควายชรา
มันทำเสียงฮึดฮัด ถ้านั่นเป็นคำตอบ มันก็เป็นคำตอบที่ไม่รู้จะตีความอย่างไร
ตาสว่างอัดบุหรี่เข้าไปเต็มปอดอีกทีหนึ่ง เสียงไอโขลกตามมา คราวนี้หนักมากจนเลือดกระเด็นไปโดนตัวของควายชรา ควายชราครางออกมาเบาๆ
ตาสว่างเอามือท้าวควายชรา หายใจหอบ สายตามองที่ผืนดินแตกระแหง
เขาค่อยๆทรุดตัวลง มือเท้ากับพื้น หลังพิงควาชรา
เขาเอานิ้วไล่ไปตามรอบแตกบนพื้นดิน
ราวกับว่าต้นข้าวจะเติบโตงอกงามออกมาตามนิ้วที่เขาไล่ไป
น้ำหยดหนึ่งหยดลงบนพื้นดิน
แล้วก็ระเหยตัวไปอย่างรวดเร็ว
ชายชราค่อยๆทิ้งตัวลงบนพื้นดิน น้ำตาอาบแก้ม
ทำไมล่ะพ่อ... ทำไมล่ะ ยายจันทร์ ทำไมรีบทิ้งข้าไปนัก... อ้ายเดือน อ้ายคำ ทำไมพวกมึงทิ้งกูไป ทำไม... พ่อ ที่ดินของพ่อ ทำไมมันไม่ช่วยผมแล้ว ทำไม ทำไม...
บุหรี่ในมือของตาสว่าง มอดไม้จนเกือบมาถึงก้นกรอง
มืออันสั่นเทาของเขา ค่อยๆคีบมันเข้าปาก
เขาอัดมันเข้าไปเต็มปอดอีกครั้ง
นิ้วมือคลายออก
ก้นบุหรี่ร่วงลงสู่พื้นดิน
ไม่มีเสียงไอตามมาอีกแล้ว

ค่ำคืนนั้น ถ้ามีใครสักคนไปยืนอยู่
ก็จะเห็นกระท่อมกลางทุ่งนาที่ไร้ข้าว
ควายชรายืนคร่อมชายชรา
บนพื้นดินบริเวณนั้น หากสังเกตให้ดี
ก็จะเห็น รอยดำจากบุหรี่ ตราตรึงอยู่บนพื้นดิน