หนึ่งวัตถุ หนึ่งชื่อ สองคน สองเวลา สองเรื่องราว... สองเรื่องสั้น
เพื่ออรรถรสเต็มที่ในการอ่าน เมื่ออ่านเรื่องหนึ่งจบแล้ว ควรรีบอ่านอีกเรื่องทันที
001รอยดำบนพื้นนา
วัตถุแท่งทรงกระบอกเรียวยาวที่อยู่ระหว่างสองนิ้วของตาสว่าง เป็นสิ่งที่เค้าคุ้นเคยกับมัน มากพอๆกับที่เขารู้สึกว่าอยู่คนละโลกกับมัน
เขาหยิบมันขึ้นมาดมอยู่หลายนาน สูดกลิ่นของมันเข้าไปเต็มปอด ราวกับว่าหน้าที่ของมันเอาไว้เพื่อดมกลิ่น เขาเอื้อมมือไปหยิบกล่องไม้ขีดที่วางอยู่บนโต๊ะตัวเก่า จุดไฟ เอามันมาจ่อที่ปลายวัตถุประหลาดชิ้นนั้น ไฟลุกติดอย่างง่ายดาย เขาสะบัดมือทิ้งไปพร้อมๆกับ อัดลมหายใจผ่านวัตถุนี้เข้าไปเต็มปอด คีบมันออกจากปาก ค่อยๆพ่นลมออกมาช้าๆ
ควันลอยคลุ้งไปกลางอากาศ แล้วก็หายไป สิ่งที่ตามมาแทบจะทันทีก็คือเสียงไอดังโขลกของ ตาสว่าง...
เขาหยิบวัตถุประหลาดทรงกระบอกนั้น มาพินิจพิจรณาอีกครั้ง หมุนมันไปรอบๆด้วยปลายนิ้วชี้และนิ้วก้อย จนตัวอักษรยี่ห้อของวัตถุปรากฏขึ้น มันเป็นตัวอักษรในภาษาที่เขาไม่คุ้นเคยนักเขียนว่า Malboro
... มานโบโร ตาสว่างรำพึงออกมา แน่นอนไม่มีใครได้ยินเสียงของแก
เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบต่ออย่างรวดเร็ว กลัวว่าไฟจะมอดไหม้ตัวบุหรี่ไปอย่างสูญเปล่า
....................................................
ตาสว่างชอบสูบบุหรี่
เฮ้ย สูบบุหรี่น่ะ ทำให้เลือดลมเดินดี พวกเอ็งจะไปรู้อะไร ตาสว่างตะโกนเสียงดังในวงเหล้า
ในนั้นประกอบไปด้วย ตามั่น เพื่อนเก่าเพื่อนแก่ของแก อ้ายหนึ่ง รุ่นน้องคราวคุณลุงเป็นกำนันหมู่บ้าน และ ไอ้สุทธิ์ ลูกชายอ้ายหนึ่ง ที่พึ่งกลับมาจากกรุงเทพ
แต่สูบมากไปมันก็ไม่ดีนะตา เขาว่าสูบจัดๆเนี่ย เซ็กซ์เสื่อมเร็วนะ ตาหว่าง อ้ายหนึ่งโพล่งขึ้นมา ทำเอาทั้งวงหัวเราะกันครืน
คืนนั้น เป็นการตั้งวงเหล้าหลังการเลี้ยงที่อ้ายหนึ่งได้เป็นกำนันคนใหม่ ประจวบกับที่ลูกชายแกพึ่งกลับมาจากกรุงเทพฯ การนัดกินเหล้ากันหลังงานเลี้ยงที่เป็นพิธีรีตองจึงเป็นเรื่องที่แทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้
เอ็งจะไปรู้อะไร ดูดจัดๆนี่แหล่ะ ตัวดีเลย ในหมู่บ้านนี้ใครลูกดกที่สุดข้าถามหน่อย
เสียงหัวเราะตามมาอีกครืนหนึ่ง
ตาสว่างก็จัดแจงเอายาเส้นโปรยลงบนกระดาษ ม้วนมันอย่างชำนาญ แล้วเอาลิ้นเลียเพื่อให้กระดาษห่อติดกัวกันเป็นม้วน หยิบไม้ขีดไฟยี่ห้อ พญานาคขึ้นมาจุดแล้วเอามาจ่อบุหรี่ (ทำมือ) พร้อมๆกับอัดเข้าไปในปอด
ทั้งหมดนี้ปฏิบัติอย่างรวดเร็วภายใต้เวลาเพียง 10 วินาทีเท่านั้น
จากนั้นเสียงไอโขลกก็ตามมา
ทั้งวงหัวเราะกันอีกครั้ง
ระวังนะไอ้หว่างเอ๊ย ดูดจัดขนาดวันละหลายตัวขนาดนี้ มันฆ่าเอ็งได้ง่ายๆเลยนะ ตามั่นเอ่ยขึ้น
ไม่เป็นไรหรอก... เลือดลมเดินดี ตาสว่างยังเถียงด้วยคำเดิม
วงเหล้าจบลงด้วยการล่ำลา เนื่องด้วยความเมาเริ่มครอบงำสติสัมปชัญญะ ของชายแต่ละคนอย่างครบถ้วน ตาสว่างเดินออกมาส่งถึงบริเวณนอกผืนนาแล้วกลับมานั่งคนเดียวที่กระท่อม
ระหว่างทางกลับบ้าน ไอ้สุทธิ์ถามพ่อของมัน
แล้วลูกๆตาสว่างไปไหนหมดล่ะพ่อ ไม่มาอยู่ดูแลแกหรือ เหมือนว่าสุขภาพแกก็ไม่ค่อยจะดีเลยนะ...
อ้ายหนึ่งมองหน้าลูกชายตนเองแล้วเงียบไปครู่หนึ่ง
ลูกๆแกหนีเข้ากรุงไปหมดแล้ว เหมือนอย่างเอ็งนั่นแหล่ะ แต่เอ็งยังดีที่กลับมา แต่...
อ้ายหนึ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตามองขึ้นไปบนฟ้า
วันนั้นฟ้าปิดสนิท ไม่เห็นแม้ดาว หรือพระจันทร์
ลูกแกสิบคน เข้าไปทำงานที่กรุงเทพ แล้วก็ไม่มีใครติดต่อได้เลย พวกเขาไม่เคยกลับมาเยี่ยมแกสักครั้ง... เห็นลูกๆแกอยากไปทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมที่เกิดใหม่เท่านั้น พวกเขาบอกว่าไม่อยากจะเป็นชาวนากัน
ทั้งสองเดินกลับบ้านกันอย่างเงียบๆ
ไม่มีใครพูดอะไรอีกเลยระหว่างทาง
.........................................
นอกกระท่อมของตาสว่างตอนนี้เป็น เวลากลางคืน ทุกอย่างเงียบสงัด เว้นก็แต่เสียงของจั๊กจั่น และ เสียงหายใจของควายชราตัวหนึ่งที่ถูกล่ามเอาไว้บริเวณใกล้เคียงกับต้นกล้วยค้นหนึ่ง รอบๆกระท่อมไม่มีอะไรนอกไปจากทุ่งนาที่โล่งกว้าง ดินแตกระแหง และต้นกล้วยสองสามต้น
ถ้ามีใครสักคนมายืนมองนอกกระท่อมตอนนี้ ก็จะเห็นเงาตะคุ่มของชายชราผู้หนึ่งที่นั่งสูบบุหรี่อยู่บนระเบียงของกระท่อม เห็นควันค่อยๆลอยออกมาเป็นระยะๆ ความถี่ใกล้เคียงกับลมหายใจของควายชราตัวนั้น
เสียงไอโขลกดังขึ้นอีกครั้ง ทำลายความเงียบสงัด
ควันบุหรี่ และเสียงไอ
สลับกันไปเช่นนี้สม่ำเสมอ ราวกับว่าเป็นการทำงานของเครื่องจักร
กึก! เสียงดังขึ้นบริเวณด้านหลังของกระท่อม
เสียงนั้นทำเอาตาสว่างสะดุ้งเฮือก... เขาหันขวับไปรอบๆตัว ชะเง้อหัวไปดูว่ามีใครอยู่ตรงนั้นหรือไม่ ในมือยังคีบบุหรี่อยู่ไม่ยอมปล่อย รีบอัดเข้าปอดอีกหนึ่งอึกใหญ่ พร้อมกับไอออกมาอีกชุดหนึ่ง กลัวว่าใครจะมาขอแย่งบุหรี่ยี่ห้อจากต่างเมืองของแกสูบกระมัง
เดินออกไปตรงหลังกระท่อม ตาสว่างไม่เห็นในใคร นอกจากเงาตะคุ่มๆของควายชราตัวนั้น
ชายชราค่อยๆเดินเข้าไปหาควายชราตัวนั้น
บริเวณขาของมันเป็นรอยแผลเหวอหวะ ที่ไม่เคยรักษาหายมานานหลายปี ควายชราต้องเดินไถนากับสภาพขาแบบนี้ บนพื้นดินแตกแข็งมานาน
ตาสว่างมองมันเข้าไปในสายตา... เขามองอะไรไม่เห็นนอกจากความเจ็บปวด
ตาสว่างไม่แน่ใจขึ้นมาในวูบหนึ่ง ว่าความเจ็บปวดที่เขามองเห็นนั้น เป็นของควายชรา
หรือของตัวเองกันแน่
..........................................
ตาสว่างเป็นชาวนา
บ่ายวันนั้น แสงแดดเผาร้อนระอุ ราวกับว่าจะทำให้ทุกสรรพสิ่งบนพื้นโลกไหม้เป็นจุลไปเสียอย่างนั้น
คนกลางขายข้าวเดินทางมาถึงที่กระท่อมของตาสว่าง ซึ่งนั่งม้วนบุหรี่ตัวสุดท้ายของแกอยู่
เกิดการสนทนาอย่างคนนอก
เกิดการแลกเปลี่ยนกัน
ข้าวสารไม่กี่กระสอบ เงินกำมือหนึ่ง
ตาสว่างก้มหน้ามองธนบัตรยับยู่ในมือของแก
แค่นี้เองหรือ... ตาสว่างเอ่ยถามพ่อค้า
แค่นี้แหล่ะ ช่วงนี้มันเศรษฐกิจไม่ดีน่ะตา ทนๆเอาหน่อยแล้วกัน คนกลางตอบอย่างรำคาญ วันนี้เขาต้องตอบคำถามแบบนี้กี่รอบแล้วนะ
แต่ว่า ช่วงนี้ข้าวมันปลูกไม่ขึ้นจริงๆนะ ดินมันแตก แดดมันร้อน ตาขอเพิ่มอีกหน่อยเถอะนะ
ไม่ได้หรอกตา ราคานี้ผมก็แย่แล้ว ผมก็เห็นใจตานะ ทำงานร้อนๆแบบนี้ แถมยังปลูกไม่ค่อยขึ้นอีก ดูไอ้ดินนี่สิ... ผมก็ไม่เข้าใจว่าตาทนอยู่ได้ยังไงนะ ลูกหลานน่าจะมาดูแล...
ตาสว่างเงียบไป
... หรือไม่ตาก็หาอย่างอื่นทำเถอะนะ เป็ยชาวนาเดี๋ยวนี้มันจนจะตาย เดี๋ยวก็มีโรงงานบุหรี่มาเปิดแถวๆนี้ ยี่ห้อ มาลโบโร เขาต้องการพื้นที่บริเวณนี้เพื่อทำโรงงานนี่ ตาก็ขายที่ไปเสียสิ จะได้มีเงินใช้ อยู่สบายๆนะ คนกลางพูดไม่หยุด แล้วก็เหลือบไปดูนาฬิกาตัวเอง โอ๊ย สายป่านนี้แล้ว เดี๋ยวผมไปก่อนนะตา พอดีต้องไป ดีลกับลูกค้าเรื่องที่ดินอีก เอ้อ เอานามบัตรผมไว้แล้วกันนะ เผื่อตาอยากขายที่ เขาต้องการที่เยอะมากเลย เดี๋ยวผมจัดการให้ ไม่ต้องห่วง เอ้อ เอ้านี่ เขาล้วงเข้าไปในกระเป๋าหลังตัวเอง
ลองดูนะตา เห็นตาชอบสูบ เขายื่นซองบุหรี่สีแดงขาว ยับยู่ยี่ให้ตาสว่าง หน้าซองเขียนเป็นภาษาที่ตาสว่างไม่คุ้นเคย Malboro
คนกลางยกมือไหว้ตาสว่างยากลวกๆ แล้วก็กระโดดขึ้นรถกระบะขับออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่ทันทีตาสว่างจะได้ยกมือมารับไหว้ด้วยซ้ำ
รถขับแล่นออกไปอย่างรวดเร็ว พ่นควันดำออกมา ผสมกับควันของฝุ่นดินที่แห้งกรอบ
ตาสว่างจ้องมองเศษเงินในมือ ค่อยๆยัดมันเข้าไปในกระเป๋ากางเกงขาดวิ่นของแก อีกมือหนึ่งถือซองบุหรี่ เอานิ้วเข้าไปควานในซอง....
...ในนั้นเหลือบุหรี่อยู่หนึ่งตัว
ไม่ให้ข้าทำนา แล้วข้าจะไปทำอะไร...
.......................................................
หรือเอ็งคิดว่าไง หือ? เจ้าเพื่อนยาก
ตาสว่างเอามือลูบควายชรา
มันทำเสียงฮึดฮัด ถ้านั่นเป็นคำตอบ มันก็เป็นคำตอบที่ไม่รู้จะตีความอย่างไร
ตาสว่างอัดบุหรี่เข้าไปเต็มปอดอีกทีหนึ่ง เสียงไอโขลกตามมา คราวนี้หนักมากจนเลือดกระเด็นไปโดนตัวของควายชรา ควายชราครางออกมาเบาๆ
ตาสว่างเอามือท้าวควายชรา หายใจหอบ สายตามองที่ผืนดินแตกระแหง
เขาค่อยๆทรุดตัวลง มือเท้ากับพื้น หลังพิงควาชรา
เขาเอานิ้วไล่ไปตามรอบแตกบนพื้นดิน
ราวกับว่าต้นข้าวจะเติบโตงอกงามออกมาตามนิ้วที่เขาไล่ไป
น้ำหยดหนึ่งหยดลงบนพื้นดิน
แล้วก็ระเหยตัวไปอย่างรวดเร็ว
ชายชราค่อยๆทิ้งตัวลงบนพื้นดิน น้ำตาอาบแก้ม
ทำไมล่ะพ่อ... ทำไมล่ะ ยายจันทร์ ทำไมรีบทิ้งข้าไปนัก... อ้ายเดือน อ้ายคำ ทำไมพวกมึงทิ้งกูไป ทำไม... พ่อ ที่ดินของพ่อ ทำไมมันไม่ช่วยผมแล้ว ทำไม ทำไม...
บุหรี่ในมือของตาสว่าง มอดไม้จนเกือบมาถึงก้นกรอง
มืออันสั่นเทาของเขา ค่อยๆคีบมันเข้าปาก
เขาอัดมันเข้าไปเต็มปอดอีกครั้ง
นิ้วมือคลายออก
ก้นบุหรี่ร่วงลงสู่พื้นดิน
ไม่มีเสียงไอตามมาอีกแล้ว
ค่ำคืนนั้น ถ้ามีใครสักคนไปยืนอยู่
ก็จะเห็นกระท่อมกลางทุ่งนาที่ไร้ข้าว
ควายชรายืนคร่อมชายชรา
บนพื้นดินบริเวณนั้น หากสังเกตให้ดี
ก็จะเห็น รอยดำจากบุหรี่ ตราตรึงอยู่บนพื้นดิน