music

2005/Sep/03




สิ้นสุดเสียทีกับสามปีแห่งการรอคอย
ท่านสุภาพบุรุษและ สุภาพสตรีครับ ข้าพเจ้าใคร่ขอแนะนำให้ท่านชิม
เดินทางมาจากแดนไกลโพ้น
ดินแดนอันหนาวเหน็บและเยือกเย็น
สั่งตรงมาจากโรงงานผลิตเบเกอรี่หอมกรุ่น
พวกเขากลับมาแล้วครับ

flure.. vanilla..

.................

ผมกับฟลัวร์เจอกันครั้งแรกตอนผมอยู่ม.๖ ขณะนั้นอายุได้ ๑๗ ขวบเต็ม ในคาบเรียนวิชาพระพุทธศาสนา เพื่อนผมหยิบหูฟังที่พ่วงเอาไว้กับมือถือออกมาชวนให้ผมฟัง "เฮ้ย มึงลองฟังเพลงนี้ เจ๋ง" ผมรับหูฟังมายัดหูโดยไม่ลังเล... อย่างไรก็ดี วิชาเรียนคาบนั้นก็น่าเบื่ออยู่แล้ว เสียงกีตาร์เจือปน ดิสทอร์ชั่นลอยเข้ามาในหูเต็มๆ พร้อมกับเสียงกลองหนักแน่น แต่ไม่หนักหน่วง แต่สิ่งที่ประทับใจมากที่สุดในตอนนั้น คือเสียงร้องของนักร้อง เพราะอะไรได้ปานนั้น แน่นอนว่าเพลงที่ผมฟังวันนั้นก็คือ "เปลี่ยน" และเย็นวันนั้น ผมออกไปซื้อซีดีวงฟลัวร์โดยไม่ลังเลและเสียดายเงิน (แม้ว่าขณะนั้น ซีดีจากค่ายอบขนมปังจะราคาแพงกว่าค่ายอื่นๆก็ตาม) นั่นทำให้เรา สนิทกันมากยิ่งขึ้น ผมแน่ใจว่าซีดีของ ฟลัวร์ อัลบั้ม ฟลัวร์ เป็นแผ่นหนึ่งที่ผมฟังจนเรียกว่าแผ่นแทบจะปรุออกมา ฟังบ่อยมากจริงๆครับ ร้องตามได้ทุกเพลง ๑๐๐%

แนวทางของฟลัวร์ทำให้ผมรู้ว่า เพลงร็อคทางเลือกใหม่ๆในไทย ยังมีหนทางของมันอยู่

...............

สามปีผ่านไป เมื่อผมได้ข่าวว่าพวกเขาจะกลับมาอีกครั้ง หัวใจพองโตครับ หลังจากที่ไม่ได้ฟังสถานีวิทยุ คลื่น "โตๆ มันๆ" มาสักพักใหญ่ๆ ก็ทำให้ต้องเปิดไปฟังทุกวัน เพราะอยากจะฟังเพลงใหม่ของฟลัวร์นี่ล่ะครับ จนกระทั่งคืนหนึ่ง ในขณะที่ผมนอนแล้วก็เปิดคลื่นวิทยุ "โตๆ"... เอ้ย "กลมๆ มันๆ" ไปด้วย "ฤดูที่ฉันเหงา" ก็แว่วลอยเข้ามาในหูจนได้ ตอนที่กำลังจะนอน เคลิ่มๆ ฟังยังไม่ทันจบเพลงก็หลับไปเสียก่อน สิ่งเดียวที่จำได้จากเพลงคือ "เพราะชิบหาย"

...............

อารัมพบทมาเสียยืดยาว อดทนอีกนิดครับ กำลังจะเข้าเรื่องของอัลบั้มแล้ว วันที่สามสิบ ซึ่งเป็นวันที่อัลบั้มออกวางแผงพอดี ผมก็ไม่รอช้า รีบมุ่งหน้าไปยัง ร้านขายซีดีชื่อดังในสยามทันที "พี่ครับ ขอฟลัวร์ชุดใหม่" ผมบอกกับพนักงานขาย เขาก็ไปคุ้ยๆบนชั้นแล้วก็ยื่นมาใหม่ ผมรับซีดีมาพร้อมกับความตื่นเต้น ...โอ ปกสวยจัง พลิกไปดูด้านหลัง... โอ สิบเพลง กับสองโบนัส สองร้อยยี่สิบห้า บาทจากกระเป๋าผมก็ลอยออกไป แต่ได้ความสุขใจเข้ามาเติมแทน เมื่อเปิดฟังรอบแรกก็ตื่นเต้นครับ แค่เสียงกีตาร์ของเพลง "ความหลัง" ดังขึ้นมาผมก็รู้สึกได้ทันที โอ... นี่ล่ะฟลัวร์ น้อยครั้งนะครับ ที่เราจะซื้อซีดีมาแล้วฟังรอบแรกแล้วจะชอบเลย แต่ วนิลลา ทำให้ผมรู้สึกเช่นนั้นได้ครับ ความต่อเนื่องจากบทเพลงส่งต่อไปยังอีกบทเพลงทำได้ลงตัวเหลือเกิน เพลงทั้งสิบ ผ่านการแต่ง เขียนทำนอง เนื้อร้อง อาร์เรนจ์ และ มิกซ์ มาอย่างสมบูรณ์แบบ สิ่งหนึ่งที่กระโดดออกมาได้อย่างเด่นชัดจากอัลบั้มนี้ของฟลัวร์มีสองประการ

หนึ่ง เสียงร้องของพี่คิว พระเจ้าครับ ถ้าให้ผมมีเสียงได้อย่างครึ่ง.. ไม่ต้อง เอาแค่หนึ่งในสี่ ของพี่เค้านะครับ ผมยอมทำอะไรก็ได้เลยเอ้า! ผมขอชมอย่างออกหน้าออกตา (และอย่างไม่อาย) ว่าเสียงเค้าเพราะมากกกกกก เพราะราวกับว่า เป็นเทพบุตรแห่งเสียงร้อง คือ ผมเหลือบไปมองไอ้หน้าปกที่มี เทพบุตรติดปีกบินลงมาหาหญิงสาวที่มองออกไป ไอ้เทพบุตรนี่ต้องเป็น พี่คิวแน่ๆ ... อืมมม หญิงสาวคนนั้นโชคดีไม่น้อยเลยนะ...

ประการที่สองคือ การไล่คอร์ด และ สเกล ของเพลงต่างๆ เอ่อ... ต้องออกตัวไว้ก่อนว่า ไม่ได้มีความรู้ทางทฤษฏีเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยนะครับ เพียงแต่อาศัยสิ่งที่เคยอ่านมาบ้าง ฟังมาบ้าง บวกกับความรู้สึก ถ้าท่านผู้อ่านมีความรู้อย่างลึกซึ้งล่ะก็ จะข้ามไปอ่านย่อหน้าต่อไปเลยก็ได้นะครับ มิเช่นนั้น อาจจะหงุดหงิดกับความมั่วของผมได้ เอ้า เตือนแล้วนะ... :)

การเรียงตัวของเมโลดี้ในชุดนี้ของฟลัวร์ทำออกมาได้อย่างน่าสนใจ คือเบสิกของฟลัวร์นั้นเป็น พ็อพ ร็อค อยู่แล้ว แต่หลายๆเพลงในอัลบั้มนี้ จับเรียงเมโลดี้ ไม่ได้ใช้สเกลที่นิยมในเพลงพ็อพ-ร็อค ทั่วไป หากจะได้กลิ่นของสเกลที่ค่อนข้างแปลกประหลาด ซึ่งผมก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าเป็นสเกลอะไร (แหะๆ) แต่หากเราพยายามร้องเพลงคลอไป จะพบว่าเพลงในชุดนี้ติดหู แต่ร้องตามยาก สำเนียง และท่วงการกระโดดของเมโลดี้นั้นจะค่อนข้างแปลกหูครับ ผสมกับการอิมโพรไวส์ ที่สุดยอดของนักร้องเข้าไปอีก ก็ทำให้ยากไปกันใหญ่

อ๊ะๆ แต่อย่ากลัวไปครับ

แม้ว่า การไล่เมโลดี้ตามสเกลจะแปลกๆไปบ้าง แต่ท่วงทำนองนั้น ฟังง่ายยิ่งกว่าชุดแรกเสียอีก ด้วยแนวเพลงที่ลดทอนความหนัหน่วงลงไป แต่เสริมเติมความอ่อนช้อยเข้ามาแทน และนี่เองที่ทำให้ ผมชื่นชอบชื่ออัลบั้มนี้มาก รสชาด ของ วนิลลา นั้นหอมหวาน ติดตรึงใจง่าย แต่วนิลลา "ก้อน" นี้ ไม่เพียงแค่หวานอร่อย แล้วก็ละลายหายไป หากแต่กลิ่นเย้ายวนของมันนั้นติดตรึงจมูก และลิ้นแม้ว่าจะละลายไปแล้ว นอกจากนี้ มันยังอุดมไปด้วย สารอาหารชั้นยอดอีกต่างหาก เอาล่ะครับ แนะนำเมนูนี้ก็มายาวแล้ว หวังว่าท่านนักชิมเพลงทั้งหลายคงจะไม่มองข้ามอัลบั้มนี้ไป ลองหามาชิมกันเถอะครับ วนิลลาก้อนนี้มันอร่อยจริงๆนะ

lakari 3 - 09 - 2005


edit @ 2005/09/04 00:20:00