2007/May/09

ขอให้รักจงเจริญ



*** บทความนี้ มีการเปิดเผยส่วนสำคัญบางส่วนในภาพยนตร์ หากอ่านก่อนชมอาจจะทำให้เสียอรรถรสได้***

ผมกำลังเฝ้ารอให้เกิดอุบติเหตุขึ้น...

....
อุบัติเหตุรถชนบังเกิดขึ้น เมื่อสาวน้อยนามว่าอุ้มขับรถพร้อมคุยโทรศัพท์ แก้มอาบด้วยน้ำตา
ชายหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายตื่นขึ้นมาเพียงเพื่อพบว่าตนได้สูญเสียความทรงจำได้หมดสิ้น
มีเพียงสร้อยติดตัวของเขาที่ติดตัวเท่านั้นที่พอจะบ่งชี้ได้ว่าเขาอาจจะชื่อ แทน
อุ้มจำเป็นต้องดูแลแทนด้วยความไม่เต็มใจเท่าใดนัก
ชายแปลกหน้า ที่มีพฤติกรรมแปลกๆ ต้องมาอาศัยอยู่กับเธอ และหลานกำพร้าชื่อโอม
เรื่องวุ่นๆจึงเกิดขึ้น
แต่แน่นอน... นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น
...
Me, myself หรือว่า ขอให้รักจงเจริญ ในชื่อไทย เป็นผลงานการกำกับภาพยนตร์ขนาดยาว ครั้งแรกของ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง โดยเป็นการเล่าเรื่องราวของ ความรักที่ดูเป็นไปไม่ได้
หากจะมองกันที่ เนื้อเรื่อง ของ ขอให้รักจงเจริญ แล้วล่ะก็ เราสามารถบรรยายหนังให้เหลือเพียงไม่กี่ประโยค...
หญิงสาวขับรถชนชายหนุ่ม เขาความจำเสื่อม ทั้งสองค่อยๆสนิทกัน และเมื่อค้นหาความทรงจำเจอ กลับค้นพบว่าตัวเองเคยเป็นกระเทยมาก่อน แต่กระนั้น ทั้งสองก็ยังรักกัน
แต่หากว่านี่มิใช่หนังที่พยายามจะมุ่งเน้นไปที่ เนื้อเรื่อง ไม่
แต่มันเป็นหนังที่เล่นกับ อารมณ์ และ บรรยากาศ มากกว่า
หนังค่อยๆพาเราเข้าไปยังเรื่องราวความสัมพันธ์ที่ดูเป็นไปไม่ได้ อย่างค่อยเป็นค่อยไป
ไม่เร่ง ไม่รีบ ไม่ร้อน
คนดูค่อยๆถูกผู้กำกับจูงเข้าถ้ำที่ระยะทางสั้นนิด แต่มืดมิดอับแสง ในมือถือโคมไฟดวงจิ๋ว ปากพลางเล่าเรื่อง
ผมค่อยๆถูกจูงเข้าไป
....
งาน ความรัก และ โอม คือสามสิ่งที่แวดล้อมชีวิตประจำวันของอุ้ม
เธอพยายามจัดการทั้งสามสิ่งให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
แต่ดูเหมือนว่า ทั้งสามอย่างจะเป็นภาระที่มากเกินไปสำหรับเธอ จนทำให้ผลลัพธ์ออกมาไม่ดีอย่างที่ควร
จนกระทั่งชายแปลกหน้าคนนี้เข้ามาในชีวิตของเธอ
เข้ามาช่วย จัดการ ชีวิตให้เธอ
มาเป็นคนช่วยดูแลหลาน
มาเป็นกำลังใจให้ในอาชีพการงานของเธอ
และที่สำคัญที่สุด เข้ามาเติมเต็มหัวใจที่กลวงเปล่าของเธอ
...



สิ่งที่น่าชื่นชมที่สุดใน ขอให้รักจงเจริญ คงจะไม่พ้นเรื่องของบทภาพยนตร์ ที่แนบเนียน แยบคม และละเอียดลออ
ทุกๆฉาก ทุกๆตัวละครในเรื่อง ไม่มีอะไรเป็นส่วนเกินแม้แต่น้อย
ทุกๆบทพูด ล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยความหมาย... การผูกปม และการคลี่คลาย
ไม่เป็นการเกินไปหากผมจะพูดว่า บทเรื่องนี้มันช่างกลมเหลือเกิน
วงกลมที่ไร้ส่วนเกิน วงกลมที่ไร้ส่วนขาด
ทั้งหมดทั้งปวงต้องยกเครดิตให้กับ คงเดช จาตุรันรัศมี ซึ่งได้สร้างความประทับใจให้ผมในความโดดเด่นการผูกเรื่อง และเขียนบทพูดใน เฉิ่ม
และคงจะไม่เป็นการพูดยกย่องเกินไป หากผมจะขอพูดว่า ณ เวลานี้ คงเดช คือทรัพยากรทางด้านการสร้างสรรค์บทภาพยนตร์ที่สำคัญที่สุคนหนึ่งในแวดวงภาพยนตร์ไทย
...
ความเติมเต็มกันและกันก่อเกิดไปสู่ความรัก
แทน ไม่สนใจกับอดีตของตนอีกต่อไป
เขาพร้อมที่จะใช้ชีวิตที่เหลือกับอุ้มตลอดไป
แต่ความจริงก็ค่อยๆกลับคืบคลานเข้ามาช้าๆ
ความจริงที่ว่า เขาไม่ใช่ผู้ชายจริงๆ เขาเป็นกระเทย
อุ้มจะตัดสินใจกับความรู้สึกนี้อย่างไร
...
แต่มีอีกสองสิ่งในหนัง ซึ่งคงจะเป็นบาปหากผมจะไม่กล่าวชื่นชมเลย นั่นก็คือความสามารถในการกำกับภาพยนตร์ของคุณ พงษ์พัฒน์ และ ความสามารถในรับบท แทน ของ อนันดา เอฟเวอริงแฮม
ต้องบอกตรงๆว่า ผมค่อนข้างที่จะแปลกใจ และประหลาดใจ เมื่อได้ยินคราวแรกว่า คุณ พงษพัฒน์ กำลังทำหนังรักอยู่ และเป็นหนังรักระหว่าง กระเทยกับ ผู้หญิงเสียด้วย
แน่นอนว่า การกระทำพิสูจน์ได้ดีกว่าภาพภายนอก
ผลลัพธ์ที่ออกมาคือภาพยนตร์รักที่ละเมียดละไมที่สุดเรื่องหนึ่งที่ผมเคยชมมา
หนังไม่ได้พยายามชักจูงให้เรามีอารมณ์ร่วมไปกับหนังด้วยวิธีการดาษดื่น เช่น การใช้การแสดงที่ชี้นำ/เกินจริง หรือบทพูดที่หวานเลี่ยน เรียกน้ำตาและ แลดูไม่จริง (เหมือนคำเขียน มากกว่าคำพูด) รวมไปถึงการลดทอนเทคนิคทางภาพยนตร์ต่างๆ เพื่อคงเหลือไว้ซึ่งอารมณ์ที่คนดูได้ซึมซับ
ซึ่งแน่นอน อารมณ์ดังกล่าวก็เกิดขึ้นจากตัวละครหลักสองตัวในเรื่อง และหนึ่งในนั้น ที่คอยเป็นเข็มทิศชี้นำทิศทางให้เรื่องดำเนินไปก็คือแทน
อีกเช่นกัน ผมก็ค่อนข้างประหลาดใจที่พระเอกมาดเซอร์เท่ อย่างอนันดา จะมารับบทกระเทยสูญเสียความทรงจำเช่นนี้ และอีกเช่นกันที่การกระทำ มันพูดได้ดังกว่า ภาพลักษณ์
อนันดาทำให้ผม เชื่อ สนิทใจในทุกๆการกระทำที่เขาได้ทำ ทุกๆคำพูดที่เขาพูด และทุกๆสิ่งที่เขาคิด
ผมคิดไม่ออกว่าหากบทแทนให้คนดื่นเล่นจะเป็นอย่างไร... นึกไม่ออกจริงๆ...

เมื่อสองปีก่อน Before Sunrise และ Before Sunset ที่ทำให้อิ่มเอิบ และฉงนในเรื่องราวของความรัก จนเป็นแรงขับเคลื่อนให้ผมต้องระบายมันออกมาทางตัวหนังสือ
และไม่น่าเชื่อเลยว่าหลังจากนั้น ผมจะรู้สึกแบบเดียวกันอีกกับภาพยนตร์ไทย
...
ความรักที่แลดูเป็นไปไม่ได้
หากตัดสินด้วยสายตาของคนภายนอก
ที่ยึดถือเอาบรรทัดฐานของสังคมมาก่อนความเข้าใจ และเนื้อแท้ของความรู้สึก
แต่แน่นอนว่า
เมื่อกาลเวลาพิสูจน์หัวใจของอุ้มแล้ว
เธอได้กลับไปหาแทน ที่สถานเริงรมย์ที่เขาเคยทำงานอยู่อีกครั้ง
และได้พบกับการร่ายรำของแทน
การร่ายรำที่พยายามจะสะบัดหลุดพ้นจากบ่วงอดีต
การกระแทกครั้งแล้ว ครั้งเล่าจากสังคมรอบๆตัวเขา
สิ่งที่หล่อหลอมมาให้เขาเป็นอย่างที่เป็น หรือที่เขาเคยเป็น
แต่เขาก็ลุกขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้มิใช่ด้วยแรงจากคนรอบข้าง ไม่ใช่แรงจากสังคม
เขาถือกำเนิดขึ้นอีกครั้งด้วยแรงของความรัก ความรู้สึก ที่หลอมให้เป็นในสิ่งที่เขาเลือกจะเป็น ณ เวลานี้
เมื่อความรู้สึกมั่นคง แน่นอน
ทั้งสองก็ไม่จำเป็นต้องกังวลสิ่งใด
สายฝนโปรยปรายลงมาเป็นกำแพงชั้นดี... พวกเขาไม่มีความจำเป็นที่จะต้องประกาศให้โลกรู้... คนจะสนทำไมว่าเราเป็นคนเรื่องมากไม่ชอบกินหัวหอม... เขาไม่ได้มากินกับเราด้วยเสียหน่อย
และในเวลาเดียวกันนั้นเอง
สายฝนก็ได้ชะโรยเครื่องปะทินผิวหน้าของแทนออกไปจนหมดสิ้น
...
ความรักที่เป็นไปไม่ได้
เป็นไปได้เสียแล้ว
เพราะว่าความรักนั้นมีอานุภาพรุนแรง เอาชนะอุปสรรคได้ทั้งหมด
ผมคนหนึ่งล่ะ ขอให้รักจงเจริญ
...
หลังจากที่ผมถูกจูงพาออกมา เพียงพบกับแสงสว่างปลายถ้ำ
ความรู้สึกอิ่มเอบกับสิ่งที่พึ่งได้พบนั้น ยังคงวนเวียนแน่นอยู่เต็มอก
แม้จะเป็นเรื่องแต่ง แต่มันก็เป็นเรื่องแต่งที่งดงาม และมันก็ทำให้ผมมีกำลังใจในเรื่องความรักต่อไป
อย่างน้อยๆมันก็ทำให้ผมอยากเฝ้ารอ...
เผื่อไม่แน่พรุ่งนี้ อุบัติเหตุ(ความรัก) อาจจะเกิดขึ้นกับผมบ้าง

Comment

Comment:

Tweet


<a href="http://psngehsiwtwbdxu.com">zvewkruadoompxt</a> http://gvsqvaauftzgawa.com [url=http://xuioqaxlnroxntj.com]preotbannlcvcmq[/url]
#16 by hwgzbazdni (94.102.52.87) At 2010-06-14 09:16,
ขอบใจว่ะบัดดี้ อุตส่าห์มาชมถึงที่
โทดทีมาตอบช้าไปหน่อย

ดีใจที่ชอบมูแลงรูจนะ
#15 by lakari At 2007-06-17 00:37,
เอาจากใจเราเลยนะ
เรื่องนี้พอใช้ได้ ก็คุ้มเงินที่ไปดู
ก็แลดูลงตัวไปทุกอย่างอะนะ
แต่มันไม่ค่อยโดนเท่าไหร่
ไม่เจอกันตั้งนาน เขียนได้คมขึ้นนะอ่านแล้วรู้สึกว่าเขียนได้โดนดีวะ

ปล.กรูดูซีดีมูแลงรุช แล้วก็ชอบเหมือนเดิม555 แอบเห็นบทสัมภาษท์มรึงละ
แบบว่าทึงมากๆว่าเพื่อนกรูทำได้ถึงขนาดนี้นะเนีย


#14 by ~TestsuTo~ テッツト At 2007-06-12 01:25,
พึ่งมาสังเกตว่า โพสตอบกันยาวๆจริงๆด้วย

อยากดู memories of matsuko มากๆ แต่ยังหาพรรคพวกไปด้วยไม่ได้.... RCA นี่มันไปยากจริงๆ!!!
#13 by lakari At 2007-05-27 00:37,
umm...want to see
#12 by Mudum (133.45.72.46) At 2007-05-25 08:27,
เฮ้ย ทำไมเค้าตอบกันยาวๆ ทัง้นั้นเลยวะ ถ้ากูตอบสั้น กูจะผิดมั้ยเนี่ยย

จะบอกว่า Memoires of Matsuko ดีมากอ่ะ
#11 by merveillesxx (161.200.255.162) At 2007-05-24 04:59,
ขอบคุณสำหรับคำชมละคอนครับผม
ยินดีด้วยกับน้องๆ สตู72 ที่ผนึกกำลังทำละคอนจนสำเร็จลุล่วงได้นะครับ
#10 by lakari At 2007-05-22 23:08,
บุญชูสนุกมากๆค่ะ
#9 by mercury (203.113.66.73) At 2007-05-22 15:44,
แวะมาอ่านเรื่อยๆ ยาวเหมือนเดิมเลยว่ะ แต่ก้อยังอ่านจบ
เพราะชอบหนังเรื่องนี้มากๆเหมือนกัน

ความเห็นก้อคือ ตอนแรกเตรียมพร้อมทำใจที่จะร้องไห้ให้กับหนังเรื่องนี้ แต่พอได้ดูเข้าจริงๆ มันไม่ยักเศร้าอย่างที่คิดไว้ แต่มันซึ้งมากกว่า หนังมีทั้ง ความสุข ตลก เศร้า ครบอารมณ์ดีเหมือนกัน แต่ที่ผมชอบที่สุดคือตอนจบที่จบลงตอนฝนตกนั้น ที่แทนกลับไปกอดกับอุ้ม แล้วปล่อยให้คนดูคิดต่อไปเองว่า ความรักที่ฝืนธรรมชาติอันนี้ จะดำรงต่อไปได้หรือไม่ ดีกว่าแก๊งค์ชะนี ที่เอาแต่โจมตีเพศที่ 3 ท่าเดียวครับ
#8 by แกะเทา (58.8.46.237) At 2007-05-19 10:24,
หนังไทยที่ตอนนี้อยากดูมากที่สุดคือ พลอย กับ สวยลากไส้ อยากดู ๆ ๆ ๆ

แต่ถ้านับว่าปีนี้หนังไทยที่เข้าโรงแล้ว เราว่า ขอให้รักจงเจริญ ดีที่สุดเลย
ถ้าจำไม่ผิด คนเขียนบทคือคงเดช เปล่าหว่า คนนี้เขาจะถนัดเปิดประเด็นใหม่ไปเรื่อย ๆ เลยพึงนึกออกว่า ไม่แปลกใจเลยที่เขาจบเรื่องแบบนี้

ตอนที่โดนนี่มันโดนจริง ๆ เลยเนอะ

ตายแล้ว เราลืมไปเลยว่า Me Myself ไม่ใช่หนังที่ดีและชอบที่สุดในปีนี้แล้วล่ะ เพราะเพิ่งนึกออกว่า มี Final Score ด้วย เรื่องนั้นดูไป 2 รอบเรย
#7 by ธัญสก At 2007-05-13 19:05,
เห็นด้วยกับทั้งพี่ปุ่น และ 1812 ในเรื่องของที่ว่า การหาเหตุผลที่แทนเปลี่ยนแปลงตัวเองโดยการอ้างเรื่องการเลี้ยงดู แลดูเป็นข้ออ้างที่ไม่น่าเชื่อถือ
แต่ผมมองในอีกมุมหนึ่งว่า ผู้กำกับ (หรือคนเขียนบท) ยังคงคำนึงถึงผู้ชมที่เข้ามาชม และอาจจะไม่สามารถเข้าใจถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้ มันแลดูเป็นนามธรรมเกินไป
ไม่แน่ว่าในบทร่างแรกๆ อาจจะไม่ใช่เรื่องการเลี้ยงดูเลยก็ได้
ประโยคที่ป้าพูดเฟคเกินไป เห็นด้วย
และตอนจบก็เป็นนิทานอิสปไปหน่อย
แต่รวมๆแล้ว ผมให้อภัยได้หมด และนี่เป็นหนังรักสัญชาติไทยที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งสำหรับผม
#6 by lakari At 2007-05-10 02:38,
มาอ่านที่มึงเขียน สิ่งที่กูรู้สึกบางอย่างคล้ายๆพี่ปุ่นว่ะ

1.กูว่านอกจากอนันดาแล้ว คนอื่นเล่นแข็งๆจนรู้สึก เราไม่ชอบฉากเด็กพูดตรงบันได มันเหมือนท่อง และไม่เหมือนความคิดเด็ก
2.การที่แทนเป็นกระเทย แล้วแต่งว่าเป็นเพราะถูกเลี้ยงมาในสภาพแบบนั้นตั้งแต่เด็ก กูว่ามันไม่จริงว่ะ
ตรงจุดนี้มันแสดงถึงสังคม ที่ยังไม่ยอมรับเพศที่3อยู่ดี พยามแสดงให้เห็นว่าพระเอก"เป็น"เพราะถูกทำให้เป็น
สังคมยังเชิดชู Heterosexual อยู่นั่นเอง
3.ฉากจบ จบแค่ตอนฝนตกเถอะ ที่ต่อท้ายมันรู้สึกเกิน เหมือน"นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า..."เลยว่ะ

โดยภาพรวมกูชอบนะ อย่างน้อยก็เป็นหนังไทยดีๆไม่กี่เรื่องที่ออกมาในช่วงปีนี้
#5 by 1812 At 2007-05-09 22:09,
หนังควรจะจบตั้งแต่ตอนฝนตก ที่นางเอกถามคำถามนั้น แล้วพระเอกกอดแล้ว ไม่ควรกลับไปที่เรื่องโต้แย้งว่าทำไมพระเอกถึงเป็น น่ารำคาญ แต่ประโยคนั้น ทำได้ถึงมาก ๆ

อันนี้ไม่ได้หมายความว่าไม่ชอบหนังเรื่องนี้นะ

ชอบมาก แต่ไม่ชอบสิ่งที่เชื่อ แล้วทำให้คนดูเชื่อ เราว่า มันไม่จริง มันไม่จริง
#4 by ธัญสก At 2007-05-09 21:39,
ชอบเรื่องนี้มาก แต่ไม่ชอบทุกตอน

สิ่งที่ไม่ชอบ คือตัวหลานนางเอก พูดจาอย่างกะละคร โดยเฉพาะตอนที่มานั่งร้องไห้ตรงบันได

แต่สิ่งที่รับไม่ได้มาก ๆ คือตอนที่ป้าพูดว่า ที่พระเอกเป็นแบบนี้ เพราะเอาพระเอกมาเลี้ยงในสถานที่แบบนั้นตั้งแต่เด็ก ๆ มันฟังไม่ขึ้นเลย มันไม่จริงเลย

ในทางตรงกันข้ามกัน เรากลับเชื่อมากว่า ถ้าคนที่เป็นแบบนี้ แล้วรักผู้หญิงได้ ก็ไม่แปลกเช่นกัน ไม่แปลกจริง ๆ ไม่จำเป็นต้องหาข้ออ้างว่า จริง ๆ พระเอกไม่ได้เป็นมาโดยกำเนิด แต่เป็นเพราะสิ่งแวดล้อม มันฟังดูน่าขัน ความรักก็คือความรัก แต่โดยรวม หนังเรื่องนี้เซอร์ไพรส์มาก ๆ คือออกมาดีเกินคาด แต่ถามว่า ดีหมดทุกฉากไหม.....ไม่คิดว่าอย่างนั้น
#3 by ธัญสก At 2007-05-09 21:37,
เพิ่งเข้ามาแอบอ่านค่ะ
จากการ search คำว่า eternal sunshine of the spotless mind ก็เลยมาเจอ blog นี้อย่างไม่น่าเชื่อ 55+ เป็นคนที่ดูหนังเยอะมากๆเลยนะเนี่ย

p.s. ยังไม่ได้ดูเรื่องนี้เลยค่ะ
#2 by ส้มๆ (125.25.4.46) At 2007-05-09 17:08,
ตอนดูหนังเรื่องนี้
ฉากหลังจากที่ต่างฝ่ายต่างรู้ความจริงและเดินออกจากชีวิตของกันนั้น
ฉันคิดไม่ออกเลยว่าใครจะมีความกล้าพาตัวเองเดินกลับปสู่กันและกันอีกครั้ง

ถ้าฉันเป็นแทน ฉันก็คงไม่กล้ากลับไปหาอุ้ม เพราะสายตาที่ครั้งหนึ่งตอนที่อุ้มมองมาเมื่อรู้ว่าแทนเคยเป็นอะไรนั้น
มันไม่เหมือนเดิม และแทนคงเจ็บปวดฉันรู้สึกได้

แต่ถ้าฉันเป็นอุ้ม ฉันก็คงไม่กล้ากลับปหาแทน เพราะรู้ว่าฉันม่ใช่คนที่เขาจะสามารถรักได้ แม้ว่าครั้งหนึ่งเขาจะเคยรักก็ตาม

ในที่สุดก็เป็นอุ้มที่ไปหาแทน
ฉันชอบในตอนจบที่อุ้มถามว่า"แทนยังรักอยู่อุ้มไหม" เพราะแค่เขารักมันก็เพียงพอสำหรับเธอแล้ว

ฉันไม่รู้ว่าคนทุกคนหรือเปล่าที่มีส่วนที่เกรงกลัวว่าถ้าคนรักเราเห็นเราในแง่มุมนี้แล้วจะไม่รักเราอีก
คงจะดีถ้าไม่ว่าเราเป็นใคร หรือเป็นอะไร เมื่อเขารู้แล้วเขาคนนั้นยังคงยืนยันจะรักเราอยู่
#1 by นกไร้ขา At 2007-05-09 09:51,