2006/Jul/23



เคยไหมครับ กับอารมณ์สีเทา?
ช่วงนี้ผมเจอความรู้สึกแบบนี้ตลอด มองไปทางไหนก็เท้า...เทา
มันรู้สึกไม่ค่อยอยากทำอะไรเลยน่ะครับ เรียนก็เฉยชา ทำงานนอกก็เฉยชา ทำงานประกวดก็เฉยชา...
ดูหนังผมยังเฉยชาเลยครับ!
สงสัยจะเป็น after effect จากอาการเลิกกับแฟน
คนเรานี่แปลกนะฮะ บางทีเวลาอยู่กับคนอื่นก็อยากอยู่คนเดียว พออยู่คนเดียวก็อยากอยู่กับคนอื่น
(เอ๊ะ หรือผมเป็นคนเดียวหว่า... ไม่รู้เหมือนกันแฮะ)

เวลาเดินสวนกับผู้คนเยอะๆที่สยาม ผมจะนึกถึงภาพยนตร์เรื่อง All About Lily Chou-Chou ทุกทีไป
คงเป็นเพราะรู้สึกว่า จริงๆแล้วทุกๆคนในโลกก็คงมีความเหงาเหมือนกัน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง มากน้อยก็คงต่างกันไปกับสถานการณ์
และการที่เรามีใครสักคน มันคงเป็นการแบ่งความเหงาให้กันและกัน เพื่อให้มันทุเลาลงไปบ้าง
ผมว่าเวลาคนเรารับความเหงาจากอีกคนมา มันทำให้เราหายเหงานะครับ

เข้าเรื่องหนังหน่อยดีกว่านะ เดี๋ยวจะหาว่ากู่ไม่กลับ
สัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้ดูหนังดีๆ (แต่ยังไม่โดน) ไปสามเรื่อง ก็เลยจะขอเขียนถึงเพียงเรื่องละสั้นๆก็แล้วกันนะ เอาแบบไม่โป๊ดีกว่า เป็นการเชิญชวนให้ไปดูมากกว่าวิจารณ์ เพื่อนๆที่ยังไม่มีไอเดียว่าจะไปดูเรื่องอะไร จะได้ลองไปชิมนะจ๊ะ

1. The Alibi (****)
เรื่องราวของ กลุ่มบริษัท ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการนอกใจ สาละมี และ ภรรยา (คุณอ่านไม่ผิดหรอกครับ) โดยองค์กรดังกล่าวนี้ จะคอยช่วยเหลือคุณต่างๆนาๆในการ สับราง หาข้อแก้ตัว สร้างข้ออ้าง เป็นพยาน (ที่มาของชื่อเรื่อง) ว่าคุณน่ะ ทำงานอยู่นะ ไม่ได้ไปกุ๊กกิ๊กหญิงที่ไหนจริงจริ๊งงง
แต่เรื่องซวยดันบังเกิด เมื่อลูกค้ารายหนึ่ง ขณะที่แอบเอาอีหนูไปกก เจ้ากรรมดันเผลอไปฆ่าเธอเพราะดันไปมีเซ็กซ์แบบผิดมนุษย์มนาซะนี่... (ยังไง ขอให้ไปดูเอาเอง) ทำให้พระเอกหนุ่ม เจ้าของบริษัทต้องเดือดร้อน หาทางปกปิดทุกอย่าง แล้วเรื่องก็ดันไปพัวพันกับอีกหลายๆตัวละครที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น พ่อของอีตาลูกจ้างนี่ หรือจะเป็นแฟนหนุ่มของหญิงผู้โชคร้าย
หนังตัวละครเยอะ เปิดโปงด้านมืดของมนุษย์ เสียจน Matt Checkowski และ Kurt Mattila โดนกล่าวหาว่าจริงๆแล้วเป็น Woody Allen กับ Robert Alman ปลอมตัวมากำกับ
หนังสนุกมาก ผูกเส้นเรื่องได้ซับซ้อนแต่ไม่ปวดหัว นักแสดงเล่นได้ดีและสนุกสนาน โดยเฉพาะพระเอกที่ผมว่า มาดดูเท่ และเฉียบมาก ส่วนนางเอกก็สวยบาดใจซะ
หนังยังคงมีรอบเต็มเอี๊ยด ที่ลิโด้
(10.00), 12.00, 14.00, 16.30, 18.30, 20.30

2. Sophie Scholl (***1/2)
หนังสร้างจากชีวิตจริงของหญิงสาวนาม โซฟี ชอลล์ ผู้ซึ่งมีความกล้าหาญและเด็ดเดี่ยวที่จะลุกขึ้นมาต่อกร กับ กลุ่มพลพรรคนาซีในช่วงสงครามโลกที่สอง ด้วยการแจกเอกสารเพื่อให้ประชาชนต่อต้านสงครามที่ประเทศแม่ของเธอก่อขึ้น และเมื่อถูกจับได้ เธอ พี่ชาย และสมาชิกของกลุ่มที่เหลือ ต่างก็ยอมรับในสิ่งที่ทำอย่างสง่าผ่าเผย และกล่าวอย่าง ภาคภูมิ กับสิ่งที่พวกเธอได้ทำ แม้จะต้องเผชิญกับจุดจบของชีวิตก็ตาม
หากคุณๆ เคยดูหนังต่อต้านสงครามทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Schinders Lists หรือ Born on the Fourth of July ก็จะพบว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ต่างออกไปตรงที่ กล่าวถึง วรีสตรี ในสงคราม แต่ในมุมมองที่ต่างออกไป นั่นคือ เธอต่อต้านสงครามที่ก่อจากประเทศของเธอเอง ในภาวะสงครามนั้นๆ อย่างภาคภูมิ และไม่หวาดกลัว เพื่ออุดมการณ์ของเธอ
เนื้อเรื่องนั้นเป็นแบบพลอตน้อย หากแตกออกมาคงเป็นแค่บรรทัดสองบรรทัด แต่หนังเต็มไปด้วยพลังจากการแสดงของ Julia Jentsch ที่แบกรับหนังไว้ทั้งเรื่อง และด้วยบรรยากาศของหนังที่เต็มไปด้วยความอึดอัด ทะมึนทึก และความกล้าหาญที่ปลดปล่อยออกมาจากตัวละคร ทำให้นี่เป็นหนังเรื่องหนึ่งที่น่าชมเป็นอย่างยิ่ง
ยังมีรอบฉายเต็มเอี๊ยดเช่นกัน (9.50), 12.00, 14.10, 16.20, 18.30, 20.45

3. University of Laughs (****)
เรื่องสุดท้ายแล้วครับ เรื่องนี้ออกมาได้สักพักแล้ว แต่ไม่มีลิขสิทธิ์ในไทย จึงออกมาในรูปแบบ Dvd และ Torrent Files (ใครอยากรู้ว่าจะหาชมได้ยังไง คุยกันหลังไมค์นะ)
เรื่องเกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกที่สองอีกเช่นกัน แต่คราวนี้เซ็ทเรื่องในญี่ปุ่น ว่าด้วยสภาวะที่เคร่งเครียดของประชาชนในภาวะสงคราม ทำให้โรงมหรสพเป็นหนึ่งทางออกของผู้คนในสมัยนั้น
หนังเดินเรื่องไปด้วยสองตัวละครที่อยู่กันคนละขั้ว หนึ่งคือ นักเขียนบทละครตลก ที่ทำงานในโรงละครตลก ชื่อ มหาลัยแห่งเสียงหัวเราะ ส่วนอีกหนึ่ง คือหัวหน้ากองเซนเซอร์ ที่ทำหน้าที่เซนเซอร์ละครทุกเรื่องที่จะเล่นในช่วงสงคราม เพื่อไม่ให้เนื้อหาไม่เหมาะสมออกไปสู่สาธารณชน
เรื่องราวทั้งเรื่องเกิดขึ้นในห้องสี่เหลี่ยม ประกอบด้วย โต๊ะหนึ่งตัว และ คนสองคน ที่ถกกันเรื่องความเหมาะสม หรือไม่เหมาะสมของบทละคร
อ๊ะๆๆๆ อย่าพึ่งคิดว่านี่เป็นหนังเครียดๆ เพราะสถานการณ์ที่ผมพึ่งบอกมามันตลกมาก เพราะ...
เจ้าหน้าที่เซนเซอร์ดันรู้สึกเกิดถูกชะตา กับบทละครบทนี้ของพระเอกขึ้นมา จึงสั่งให้ไปแก้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามที่เขาชอบ และอยากให้เป็น แล้วบทละครก็ค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ และตลกขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน
ผมดูเรื่องนี้จบแล้วอิ่มเอิบใจมาก เพราะตัวเองก็พึ่งผ่านประสบการณ์ทำละครเวทีตลกมา ทำให้มองเห็นมุมมองหลายๆมุมในหนังที่สะท้อนออกมา ทั้งอย่างจงใจ และไม่จงใจ
ใครต้องการไฟแรงให้กับชีวิต เรื่องนี้แนะนำครับ!
(ขอบคุณพี่เต้สำหรับแผ่นหนังครับผม)

ใครได้ไปดูเรื่องไหนกันมาแล้ว ก็มาคุย และเปลี่ยนความเห็นกันได้นะครับ

Comment

Comment:

Tweet


นี่ ๆ ไม่คิดจะเขีนอะไรใหม่ ๆ บ้างหรือ วู้ ๆ
#9 by ปุ่น At 2006-08-16 03:40,
ฟังเพลง Paris Hilton, Tata Young เข้าไว้ ไม่ไหวจริงๆ ก็นี่เลย G-JR รับรองฮา
#8 by merveillesxx (203.131.213.139) At 2006-08-14 02:37,
อารมณ์สีเทา ก็ยังดีกว่าอารมณ์สีดำนะ
จริงไหม?
#7 by คุณน้องเต้ At 2006-08-08 04:25,
เหอๆๆๆ
ตอนนี้เราก็อารมณ์เบื่อๆมากๆเลย
#6 by ~TestsuTo~ テッツト At 2006-07-29 00:54,
ฟ้าเทาไม่เป็นไร

แต่วันไหน ฟ้าเหลืองนี่....
#5 by ingenue At 2006-07-29 00:05,
แวะมาเพื่อจะบอกว่าบลอกผมย้ายที่อยู่แล้วนะครับ เป็นที่ คลิกที่ชื่อผม ชื่อบลอกคล้ายเดิม แต่ไม่มีเลข 13
#4 by ปุ่น At 2006-07-28 22:20,
ท้องฟ้ามันมีตั้งหลายสี แต่ทำไมมันต้องเป็นสีเทาตอนเราเศร้าทุกทีไป...
#3 by แม่หนูสีชมพู (58.8.91.195) At 2006-07-26 00:12,
ของชั้นสีดำ...มืดสนิท
#2 by หมูดำ (210.86.142.44) At 2006-07-25 12:51,
อารมณ์สีเทาเหรอคะ?
เป็นบ่อยค่ะ
หนังที่แนะนำมาน่าดูนะคะ
#1 by .-+^melody^+-. At 2006-07-23 23:51,