2006/Feb/18



The Journey Through the Festival #1
บ่ายโมง ห้าสิบเก้านาที
วันที่ สิบแปด กุมภาพันธ์ สองห้าสี่เก้า
การเดินทางของผมเริ่มต้นขึ้นแล้ว
........
เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพ 2549 นี้จัดขึ้นเป็นปีที่สี่
สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคย เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพ หรือ Bangkok International Film Festival คือ การจัดเทศกาลภาพยนตร์ขึ้นครั้งแรกภายในประเทศไทย โดยมีการนำภาพยนตร์จากต่างชาติเข้ามาฉาย โดยภาพยนตร์ที่คัดเลือกมานั้นมีหลากหลายทั้งในแง่ของ ประเภทของภาพยนตร์ ไล่ไปตั้งแต่หนัง แอคชัน เซอร์เรีบล แอนิเมชัน สารคดี ฯลฯ และในแง่ของประเทศเจ้าของภาพยนตร์ จากแทบทุกมุมทั่วโลก
สั้นๆก็คือ มีหนังให้เลือกชมมากมาย
และที่สำคัญหลายๆเรื่อง ไมได้จะหาดูกันได้ง่ายๆ เนื่องจากไม่มีตัวแทนภาพยนตร์ไทยซื้อเข้ามาฉาย (หากพิจรณาในแง่รายได้แล้ว ไม่น่าจะรอด...)
โดยเทศกาลภาพยนตร์นี้ จัดขึ้นโดย ททท. โดยส่วนหนึ่งคาดหวังว่าจะเป็นการดึงดูดให้ชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่นวในประเทศ พร้อมๆกับชมภาพยนตร์ไปด้วย
คาดว่าหลายๆคนคงคุ้นเคยกับชื่อของ เทศกาลหนังเมืองคานส์ หรือ เวนิซ ซึ่งเทศกาลฯกรุงเทพ นี้ก็ไม่ได้ต่างไปจากที่อื่นๆ
นอกจากนี้แล้ว ทางเทศกาลยังได้มีการเชิญ Jury ที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลกมาช่วยตัดสินให้รางวัลในสาขาต่างๆอีกด้วย
......
ผมเดินทางมาถึงสถานที่... ที่ที่เรียกว่า เพชรแห่งเอเชีย... สยามพารากอน
ภาพยนตร์เรื่องแรกที่จะเปิดบันทึกการเดินทางของผมคือเรื่อง Merry Christmas (หรือ Joyeux Noël) กำกับโดย Christian Carion...



ก้าวแรกไม่เลวเลยผมคิด ระหว่างที่หนังเริ่มเล่าเรื่องของมัน
พื้นที่ส่วนกลาง เต็มไปด้วยศพ
ล้อมรอบไปด้วย เหล่าทหารที่พร้อมเข้าห้ำหั่นกัน เพียงแต่รอเวลาที่เหมาะสม
ทหารฝรั่งเศส ทหารอังกฤษ และ ทหารเยอรมัน
ถ้าใครคิดว่านี่จะเป็นหนังสงครามอีกเรื่องล่ะก็ พักความคิดนั้นไว้ก่อน
เพราะหนังเรื่องนี้เล่าเรื่องของทหารสามชาติ ที่กำลังอยู่ในภาวะตึงเครียดของสงครามโลกครั้งที่สองวางปืนแล้วมาเตะบอลด้วยกันในวันคริสมาสต์!!
ไม่เลวจริงๆครับ
ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าชิงออสการ์สาขาต่างประเทศในปีนี้ โดยเป็นตัวแทนของประเทศฝรั่งเศสและมันได้ใจผมไปเชียร์แล้วล่ะ
(ติดตามบทวิจารณ์ได้เร็วๆนี้)
......
สิ่งที่น่าเสียดายสำหรับ เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพ ที่ระบบการจัดการหลายๆอย่างยังไม่เข้าที่เข้าทาง (หรือ ไม่สนใจที่จะทำให้เข้าที่เข้าทางก็ไม่ทราบได้) ทั้งๆที่เป็นการจัดปีที่สี่ติดต่อกัน แล้วในแต่ละครั้งก็สามารถสร้างกระแส และรายได้ได้เป็นอย่างดี
หลายๆสาเหตุที่ผมกล่าวแบบนี้ก็เพราะ
1. ตารางภาพยนตร์ที่ออกช้าอยู่เรื่อยๆ โดยมักจะออกมาได้ไม่เกิน 5 วันก่อนที่เทศกาลจะเริ่มทุกครั้ง
2. ภาพยนตร์ไม่เคยทำซับภาษาไทยให้คนไทยได้เข้าชม โดยจะมีเพียงซับไตเติลภาษาอังกฤษสำหรับภาพยนตร์ที่ไม่ได้พูดอังกฤษ ส่วนที่พูดอังกฤษนั้น... ไม่มีซับ
เป็นผลให้ 3. ผู้เข้าชมกว่า 60% ล้วนเป็นชาวต่างชาติ ส่วนที่เหลือก็เป็นชาวไทยที่ต้องมีความสันทัดในภาษาอังกฤษ พอสมควร ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายสำรหับผู้ที่สนใจในภาพยนตร์ที่หาดูได้ยาก แต่กลับไม่มีความสันทัดด้านภาษา
4. ระบบการจัดการที่ไม่เคยดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเรื่องเตรียมฟิล์มภาพยนตร์ การส่งฟิล์มมาให้ถึงที่ฉายในเวลาที่กำหนด เสียงของภาพยนตร์ไม่โผล่ ฯลฯ สารพัดปัญหาที่คุณจะนึกถึงได้
ทำให้น่าสงสัยว่าจุดประสงค์ของการจัดเทศกาลครั้งนี้ เป็นเพียงการโปรโมทประเทศโดยการนำ คำว่าเทศกาลภาพยนตร์มาบังหน้า หรือว่าตั้งใจจะจัดให้เป็น เทศกาลสำหรับผู้ที่รักแผ่นฟิล์มกันแน่
.....
มารผจญจนได้ครับ
ไม่น่าเชื่อว่าจะมาเร็วจนไม่ได้ตั้งตัวขนาดนี้
ภาพยนตร์เรื่องที่สองที่จะมาเติมเต็มบันทึกของผมพบอุปสรรคเสียแล้ว



Kamatakiของ Claude Gagnon ภาพยนตร์ร่วมทุน แคนาดา-ญี่ปุ่น ประสบปัญหาระหว่างการฉาย
ประการแรก ในสูจิบัตรระบุเอาไว้ว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้จะถูกฉายด้วยระบบ ฟิล์ม 35 มม. แต่พอเอาเข้าจริงกลับกลายเป็น วิดีโอเทป ระบบ PAL ซึ่งจุดนี้ ผมพอจะยอมกล้อมแกล้มไปได้
แต่ประการที่สอง ที่ทำให้การฉายภาพยนตร์ต้องหยุดลง นั่นคือ ปัญหาเรื่องเสียงที่ dialogue หรือ บทสนทนา ของภาพยนตร์ นั้นไม่มีเสียงออกมา
ทางเทศกาล จึงทำการหยุดฉายภาพยนตร์ทั้งๆที่ผู้กำกับ ก็เชิญมา รอให้ซักถามหลังการฉายอยู่รอมร่อ (น่าสงสารผู้กำกับมากๆ)
ผมจึงต้องหยุดบันทึกการเดินทางก้าวที่สองเอาไว้ก่อนด้วยความเสียดาย เนื่องจากตัวภาพยนตร์เจาะลึกเข้าไปในวัฒนธรรมของวญี่ปุ่ณ และได้รางวัลมาไม่น้อยทั่วโลก

ผมได้แต่เดินคอตกออกมาต่อคิวรอการคืนเงิน
.....
แค่วันแรกก็เจอปัญหาเสียแล้ว คอยติดตามตอนต่อไปว่า เทศกาลภาพยนตร์กรุงเทพ ปีนี้ของผม จะเป็นอย่างไรในตอนสอง คร้าบ...

DAY1
Merry Christmas : ****1/2
Kmataki : unscored (problem during screening)
(คะแนนให้เป็นดาว เต็มห้าดาว)

Comment

Comment:

Tweet


แวะมาทักทายนะ
#6 by บัดดี้ (202.28.180.201 /10.7.59.198) At 2006-02-22 00:43,
มายกมือร่วมชะตากรรมkamatakiอีกคนครับ

เดาว่าแดจังกึมน่าจะมีซับeng ครับ

#5 by filmsick At 2006-02-20 09:51,
ผมเป็นหนึ่งในผู้ร่วมชะตากรรมกับ Kamataki ครับ
#4 by เอกเช้า (210.86.130.122) At 2006-02-19 20:35,
ฮ่าๆ เราเป็นอีกหนึ่งคนที่เจอ Cafe Lumiere แบบไม่มีซับ โอย เกือบหลับ... รอดมาได้เพราะลูกอมร่วมสิบเม็ดเลยนะนั่น

ปีนี้ไม่ค่อยได้ดูแหงๆ เลย เซ็งๆๆ
#3 by merveillesxx (210.246.165.153) At 2006-02-19 01:36,
แล้วน้องแดจังกึมเวอร์ชั่นโหดที่เรารอดู จะมีซับไหมนี่ น่าเป็นห่วงเอามากๆแฮะ!

ข้อเสียอีกอย่างที่ห้ามมองข้ามคือ รถติดนรกแตกมากกว่าแต่ก่อน
ทำใจนะ คนสร้างพารากอนเขาก็รีบ
คนจัดงานนี้ เขาก็ล่ก!
#2 by (202.57.175.19) At 2006-02-18 22:33,
ปีนี้ไม่มีซับไทยอีกแล้วเหรอ
ปีที่แล้วกูดู cafe lumier แบบไม่ซับไทยหรืออังกฤษ!
อ่านในพันทิพย์ก็มีคนด่ากันระนาว แย่จัง

แต่ยังไงส่งโปรเจคเสร็จว่าจะไปดูแหละ
เจอกันๆ
#1 by 1812 At 2006-02-18 22:23,