สวัสดี เอเป็กซ์
ขอโทษที่นะที่ฉันไม่เคยเขียนถึงเธอเลย
อ๊ะ... อย่าทำหน้าน้อยใจแบบนั้น
ก็แหม เธอน่ะ เจอผู้คนมากมาย คงจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าฉันเป็นใคร
แล้วที่ไม่เขียนถึงกันก็ไม่ใช่ว่าไม่คิดถึงกันนะ ฉันก็ไปเยี่ยมเธออยู่บ่อยๆใช่หรือไม่
เธอก็รู้ว่าฉันรักเธอมากแค่ไหน
บางทีความรักก็ไม่จำเป็นจะต้องกล่าวออกมาเป็นภาษา
หากเพียงแต่ใช้การกระทำ น่าจะพิสูจน์ได้ดีกว่า
แต่ในบางครั้ง ถ้าได้ยินคำหวานๆบางคำ
มันก็ยิ่งทำให้เราแน่ใจไม่ใช่หรือ ว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้น คืออะไร และไมได้เกิดขึ้นจากการที่ใครบางคนคิดไปเอง
นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันเริ่มเขียนจดหมายฉบับนี้ถึงเธอ
เรารู้จักกันมานานเท่าไหร่แล้ว เอเปกซ์
ฉันจำได้ว่า เธอเป็นผู้เล่าเรื่องที่ยิ่งใหญ่ ทุกๆครั้งที่ฉันเดินเข้าไปฟังเธอเล่าเรื่อง ฉันจะต้องมองไปรอบๆ สำรวจรูปร่างส่วนสัด ของเธออย่างหมดจดทุกครั้งไป... เธอสวยมากเลยนะ
สิบกว่าปีได้แล้วกระมัง ความทรงจำแรกที่เรามีร่วมกัน
มันเป็นเรื่องราวของชายหนุ่มคนหนึ่งที่นามสกุลออกเสียงแปลได้ว่า "หมากฝรั่ง"(1)ความทรงจำของฉันเลือนลางเต็มที จำได้เพียงแต่ว่า ชายหนุ่มคนนี้พิการทางขา แล้วต้องต่อสู้เพื่ออะไรบางอย่าง
แม้จะเลือนราง แต่นั่นก็เป็นประสบการณ์แรกที่เรามีด้วยกัน
จนต่อมา ฉันจึงได้ฟังการเล่าเรื่องราวนี้อีกครั้ง จึงได้ค้นพบว่าเรื่องราวครานั้น มันสวยงามเพียงใด
กาลเวลาไมได้ทำลายเรื่องเล่าใดๆให้มีคุณค่าน้อยลงเลย
ในทางกลับกัน มีแต่จะส่งเสริมกระมัง
ฉันดีใจ ที่เราเจอกันครั้งแรก แล้วเธอได้เล่าเรื่องราวดีๆให้ฉันฟัง
ฉันชอบฟังเธอเล่าเรื่องน่ะ
เรื่องเล่าของเธอมีมากมายหลายหลาก
มันกระทบผู้คนในหลายๆด้าน บ้างเศร้า บ้างสนุก บ้างเคล้าน้ำตา
ในช่วงปี 94 นั้น ผู้คนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงนั้น ฉันเชื่อนะ ว่าชอบมาฟังเธอเล่าเรื่องมากที่สุด
กระทั่ง เมื่อมีผู้เล่าเรื่องคนใหม่ๆเดินเข้ามาในบริเวณใกล้เคียง
ผู้เล่าเรื่องที่มีคุณภาพดีกว่าของเธอ มีเทคโนโลยี (ที่อ้างว่า) ทำให้ประสบการณ์การฟังเรื่องเล่าสนุกขึ้น
จำได้ว่าตอนนั้น เธอเกือบจะต้องหยุดทำหน้าที่เล่าเรื่องไป
เนื่องจาก ทนสภาพเศรษฐกิจไม่ไหว กอปรกับ ความที่ขาดทุนมากมายของผู้ที่สร้างเธอขึ้นมา
หากไม่ได้การตลาดที่ช่ำชอง โดยการเลือกเรื่องเล่า "ทางเลือก" อื่นๆเข้ามา เพื่อทำให้มีเรื่องเล่าที่แหวกแนวออกไปจาก นักเล่าเรื่องข้างเคียงล่ะก็ ฉันว่าเธอแย่แน่ๆ
แล้วถ้าเธอจำต้องหยุดเล่าเรื่องไปตอนนั้น ฉันก็คิดไม่ออกเหมือนกันนะ ว่าตอนนี้ฉันจะทำอย่างไร
ต้องยอมรับว่า ตอนนั้นฉันแอบนอกใจเธออยู่เหมือนกัน
แต่สุดท้ายแล้ว ความรักแท้ก็คือความรักแท้
ฉันก็ต้องกลับมาหาเธออยู่ดี
ฉันจำได้ว่า เมื่อก่อนที่ฉันยังด้อยประสบการณ์ ฉันไม่เคยฟังเรื่องเล่าใดแล้วร้องไห้เลย
เรื่องเล่าที่ฉันฟังกับเธอ เรื่อง "การบุกรุกของชาวป่าเถื่อน"(2) ทำให้ฉันเสียน้ำตาเป็นครั้งแรก... เสียมากด้วย
หรือแม้กระทั่ง เรื่องเล่าที่ฉันฟังแล้วไม่เข้าใจเลย อย่าง "การเป็น จอห์น มาลโควิช" (3) ก็ตาม เป็นการเปิดประสบการณ์ การฟังเรื่องเล่าแบบแปลกประหลาด ก็เกิดขึ้น กับเธอนะ...
การได้นั่งฟังเรื่องเล่ากับคนที่ฉันรู้สึกพิเศษด้วยครั้งแรก ก็เกิดขึ้นกับเรื่องเล่าที่เธอเป็นคนเล่า แม้นเรื่องเล่านั้นจะค่อนข้างไร้สาระแต่ใครสนล่ะ บางทีการฟังเรื่องเล่ากับใคร สำคัญกว่า เรื่องเล่ามันเองเสียอีก
แล้วอีกหลายต่อหลายครั้งที่เมื่อฉันเหงา ฉันเดินไปฟังเรื่องเล่าของเธอ ด้วยบรรยากาศที่เงียบสงัด และ คุ้นเคย เสมือนว่าเธอได้คัดสรรผู้ที่จะมาฟังเรื่องของเธอ...แล้วฉันก็จะเดินออกมาด้วยความรู้สึกอิ่มเอิบ บ้างเศร้า บ้างตื้นตัน บ้างสนุกสนาน บ้างก็งงงวย แต่มันเติมเต็มอารมณ์ให้ฉันได้
ในปัจจุบัน เพื่อนฉันหลายๆคน ปฏิเสธที่จะเข้าไปฟังเธอเล่าเรื่องให้ฟัง ด้วยหลายๆเหตุผล
บ้างก็ว่า เธอแก่แล้ว เธอล้าสมัยเธอสกปรก บางครั้งที่ก็มี แมลง หรือ สัตว์สกปรกวิ่งอยู่ในตัวเธอ
แต่เอาจริงๆนะ... ฉันฟังเธอเล่าเรื่องมา 10 กว่าปีแล้ว ฉันไม่เห็นเคยเจออะไรพวกนี้เลย
เธอสวยในสายตาฉันเสมอนะ
แล้วฉันก็ยังเชื่อว่า หลายๆคนคิดแบบฉัน
อื้ม... ฉันว่าฉันควรจะจบจดหมายฉบับนี้ได้สักทีล่ะนะ
ไม่แน่ใจว่าเธอ จะได้อ่านจดหมายฉบับนี้หรือไม่ แต่ถ้าได้ ก็ให้มันเป็นกำลังใจให้เธอทำหน้าที่ของเธอต่อไป อย่าย่อท้อ ฉันเป็นคนหนึ่งที่รักเธอมากๆ แล้วอยากที่จะเข้าไปฟังเธอเล่าเรื่องอยู่เสมอๆ
จำไว้นะ...
รัก / ลาการิ
.........................
โรงภาพยนตร์ที่ผมบอกได้เต็มปากเต็มคำว่า "รัก" ครับ...
Apex ประกอบไปด้วย โรงหนัง สยาม สกาลา และ ลิโด
ปัจจุบันตั้งอยู่รอบๆสยามสแควร์ ติดกับถนน พระราม 1 เป็นโรงภาพยนตร์ที่เก่าแก่ มีการตกแต่ง อินทีเรียที่สวยงาม และเรียกได้ว่า คลาสสิกมากๆ โดยเฉพาะ สยาม และ สกาลา ที่ใหญ่โอ่โถง จุที่นั่งได้กว่า 2000 คน
ปัจจุบัน โรงหนัง สกาลา ได้ถูกใช้จัดงานสำคัญๆเกี่ยวกับภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็น สุพรรณหงส์ บางกอกฟิล์มเฟสติวัล ฯลฯ
ปล. ผมรักโรงหนังแห่งนี้มาก กระทั่งที่ว่า บางครั้งซื้อตั๋วภาพยนตร์แล้ว ก็เสียสตางค์เพิ่มในการเข้าห้องน้ำในลิโด้ ถ้าเงินของผมจะช่วยทำให้กิจการของ apex ดีขึ้นไปล่ะก็ ผมยอมครับ
ท่านสามารถเช็ครอบภาพยนตร์กับ โรงหนังเครือ apex ได้ที่ http://www.apexsiam-square.com/aboutus.htm
ท้ายเรื่อง
(1) = ภาพยนตร์เรื่อง "Forrest Gump" 1994
(2) = ภาพยนตร์เรื่อง "The Babarian Invasion" 2002
(3) = ภาพยนตร์เรื่อง "Being John Malkovic" 1999