* บทความอาจเปิดเผยส่วนสำคัญในภาพยนตร์


From where it rises,
I was at none.
For when it sets,
I'm still at none,
But...
From none to none
What have I learned?
I'd say
Many things...
......
สถานที่เดิมในห้องนอนผม
ความรรู้สึกเดิมจากหนังเรื่องเดียวกัน แต่เป็นคนละห้วงเวลา
เคว้งคว้างล่องลอยอยู่ในห้วงอารมณ์ที่ไม่รู้จะทำเช่นใด
อัดแน่นจุกอก
การเขียนอาจจะเป็นวิธีเดียวทที่จะระบายความอัดอั้นออกมาได้
อารมณ์และความรู้สึกมากมายไหลอยู่ข้างในใจ
บทความที่จะเขียนต่อไปนี้ หากจะเปรียบว่าเป็นจิ๊กซอว์ภาพเดียวกัน
แต่ให้ตัวต่อมาไม่ครบก็เป็นได้
ภาพที่ท่านจะเห็นจึงอาจเลือนลาง
แต่กรุณาใช้จิตใจลากเส้นเชื่อมจุดเอาเอง
เพราะภาพของผมกับภาพของท่านที่ได้จากภาพยนตร์เรื่องนี้
...คล้าย
แต่ไม่เหมือนกันแน่นอน
.......
"คุณไปอยู่บ้าที่ไหนมา"
เจซซี ถาม เซลลีน
เก้าปีผ่านไปที่ ตัวละครสองตัวนี้กลับมาโลดแล่นบนโลกเซลลูลอยด์อีกครั้ง
พวกเขาสัญญากันเอาไว้เมื่อ เก้าปีก่อนหน้าว่าในตอนนั้น หกเดือนถัดมาจะมาพบกัน
แต่หนึ่งคนติดภารกิจสำคัญไม่อาจมาได้
ทำให้อีกคนหนึ่งีรอเก้อ
เก้าปีผ่านไป
พวกเขาจึงได้บังเอิญมาพบกันอีกครั้ง
.......
ตัวละครอีกตัวหนึ่งจากโลกเซลลูลอยด์เช่นกัน เคยกล่าวเอาไว้ว่า
"ความรักเป็นเรื่องของจังหวะ ไม่มีประโยชน์ที่คุณจะเจอคนที่ใช่ ในเวลาที่ผิด"
ตัวละครทั้งสองทำให้ผมรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ
ดูเสมอืนหนึ่งกาลเวลาได้เล่นตลกกับทั้งคู่
แท้ที่จริงแล้ว
กาลเวลาเล่นตลกกับทุกคนมากกว่า
......
แล้วอะไรคือคนที่ใช่?
เซลลีนบอกเจซซีว่า
"เราสองคนรู้สึกดี อาจเป็นเพราะเราได้เจอกันเป็นระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น
หากนานกว่านี้ เราอาจจะเกลียดกันก็ได้"
ผมค่อนข้างจะเห็นด้วยกับประโยคนี้
ลองคิดดูว่า วันหนึ่งเราไปเจอกับคนๆหนึ่ง แล้วได้สนทนากันประมาณ สิบห้านาที
ปรากฏว่าเรารู้ได้ทันทีว่าเขา หรือ เธอ คือทุกสิ่งทุกอย่างที่เราต้องการ
แต่ในระยะยาวจะยังเป็นเช่นนั้นอยู่หรือไม่
เจซซี กับ เซลลีน ถ้า แต่งงานกันไป อาจจะไม่มีความสุข อาจจะเกลียดกันไปเลยก็ได้
เพราะฉะนั้น
คนที่ใช่ อาจจะเกิดขึ้นในบางสถานการณ์ที่มันใช่เท่านั้นก็เป็นได้
หากเจอเขา หรือ เธอ ในสถานที่ เวลา อื่น
ก็คงจะไม่ใช่
...หรือเปล่า?
.....
เป็นความซับซ้อนซ่อนเงื่อนของความสัมพันธื
ความลึกลับดั่งเวทย์มนตร์
ฤ จะเป็นเพียงแค่อารมณ์ชั่ววูบของมนุษย์บางจำพวกก็เป็นได้
หากเราจะมองให้มันง่าย มันก็อาจจะง่ายก็ได้
ถ้า เจซซี กับ เซลลีน แลกเบอร์โทรกันเอาไว้
เพราะไม่มีความคืดที่ว่าทั้งสองคนจะต้อง เลิกราไปเหมือนที่คู่อื่นๆเค้าทำกัน
ไม่แน่ว่าอพาร์ตเมนต์ของทั้งคู่อาจจะมีเจ้าตัวน้อยอยู่แล้วก็เป็นได้
แต่ใครจะรู้
.....
ผมเป็นคนหนึ่งที่มองเรื่องความสัมพันธ์เป็นเรื่องซับซ้อน
อาจะเพราะผมเป็นคนซับซ้อนหรือเปล่า?
ผมชอบอะไรง่ายๆ แต่ตัวเองกลับไม่ใช่คนแบบนั้น
ผมชอบ หนังที่เรียบๆ แต่มีอะไรให้คิด
เพราะผมชอบคิด
อยากมีความรักแบบง่ายๆ แต่ก็ไม่เคยมี เพราะผมไม่ใช่คนที่มองอะไรง่ายๆ?
ดังนั้น หากจะมองออกมาเป็นบุคคลที่สาม
ปัญหาในเรื่องของการมองความซับซ้อนในเชิงความสัมพันธ์
อาจจะเกิดขึ้น เฉพาะคนที่เป็นคนซับซ้อนหรือเปล่า?
เจซซี และ เซลลีน มองมันซับซ้อนเกินไปหรือเปล่า?
.....
ผมหลงรัก เซลลีน ในเรื่อง
เธอเป็นตัวละครตัวหนึ่งในโลกเซลลูลอยด์ที่ผมชอบมากที่สุด (รวมไปถึง ตัวละครที่
สการ์เลต โจแฮนสัน เล่นใน ลอสต์อินทรานสเลชั่น นึกชื่อไม่ออก แต่ขี้เกียจหาตอนนี้...)
แต่นั่นเป็นเพราะ เธออยู่เกินเอื้อม
เธอ "ไม่มีอยู่จริง"
เราหลงรัก ideal ได้ง่ายดายมาก
ถ้าผมได้พบปะเซลลีน และได้ไปกินข้าวเย็นกับเธอ
ผมอาจจะเกลียดเธอไปเลยก็ได้
.....
ตอบคำถามด้วยคำถามอีกครั้ง
ในบทความจาก Before Sunrise เคยถามตัวเองไปว่า
ถ้าทั้งชีวิต ไม่ได้เจอคนที่ใช่เลย
กับเจอคนที่ใช่แต่อยู่ได้เพียงคืนเดียว อย่างไรจะทรมานกว่ากัน
แล้วอะไรคือคนที่ใช่?
ยากนะครับที่จะตอบ
บางคนอาจจะพบเจอ แล้วตอบได้ทันที
สำหรับบางคน ทั้งชีวิตอาจจะไม่ได้พบเจอคนๆนั้น
ผมว่าบางครั้งขึ้นอยู่กับมุมมองส่วนบุคคลมากกว่า
หากเราไม่หยุดพอใจ และจะไขว่คว้าต่อไป
คนที่ใช่ คงไม่มตัวตนอยู่จริง
หากเราลองขยับความคิ้ดให้มันเรียบง่ายขึ้น
คำตอบอาจจะอยู่ตรงหน้าก็ได้
.....
ตอนนี้ผมไม่รู้ว่าผมคยอยู่กับคนที่ใช่หรือเปล่า
ผมชอบ เซลลีน มากกว่า เธอ
แต่ผมไม่เคยได้เจอเซลลีน?
เธออยู่ใน ความทรงจำของผม
เธอเป็น "โครงความคิดที่ไม่มีอยู่จริง"
แต่เธอคนนี้ยืนอยู่จริง
ตอนนี้ผมมีวามสุข
ปัจจุบันมีความสุข
เราอาจจะเกลียดกันไปในอีก หกเดือนข้างหน้าก็เป็นได้
แต่วันนี้มีความสุข
วันนี้เธอใช่สำหรับผม
บางทีแค่นี้ ก็อาจพอแล้วสำหรับความรักก็เป็นได้
.....
คนเราไมได้เปลี่ยนไปมากมาย
แต่ทัศนคตินั้นเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
จากประสบการณ์ที่ไหลบากเข้ามาในชีวิต
ประสบการณ์จากภาพยนตร์เรื่องต่างๆที่ผ่านเข้ามา
แนวความจากเหตุการณ์ ผู้คน สถานที่ ฯลฯ
จาก Before Sunrise
จนถึง Before Sunset
ประสบการณ์และการมองโลกของผมก็เปลี่ยนไป
จากวันนั้น จนถึงวันนี้ มีอะไรเกิดขึ้นในชีวิต ที่ทำให้ผมมองโลกแปลกไป
หนังเรื่องหนึ่ง ดูต่อจากหนังอีกเรื่องหนึ่ง
ประสบการ์ก็เปลี่ยนไปอีก
และก็คงเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
โลกไม่ได้เปลี่ยน แต่เรามองมันเเปลี่ยนมากกว่า
ขอบคุณทุกๆประสบการณ์ในชีวิตที่ทำให้ผมเป็นผม
ขอบคุณหนังทั้งสองเรื่องที่ทำให้ผมมีอะไรดีๆติดตัวไป
......
ขอบคุณครับ
lakari
10-10-2005
ปล. บทความนี้เขียนครั้งเดียวจบแบบด้นสด โดยไม่ได้มีการร่างมาก่อน (แม้กระทัางในหัว) หากเป็นแต่การระเบิดทางอารมณ์ที่อัดอั้นออกมาเป็นตัวหนังสือในเวลาไม่ถึงสิบนาทีดี หากอ่านแล้วจะไม่เข้าใจ หรือคิดว่ามันไม่ใช่บทภาพยนตร์ ยินดีน้อมรับความผิด เอาไว้ตรงนี้ครับ...
edit @ 2005/10/10 21:58:01
บ่
เพิ่งดูBefore Sunset จบไปเมื่อกี้ แล้วหนังก้อพาเรามานั่งหน้าคอม เลยเถิดจนได้มาอ่านบทความนี้ (ชอบนะ)... Before Sunrise กับ Before Sunset สมัครสมาชิกเข้าเป็นหนังในดวงใจเราไปเรียบร้อยโรงเรียนฝรั่งเศษไปแล้ว