2005/Jul/14

*บทความนี้ อาจเปิดเผยส่วนสำคัญของภาพยนตร์*

เราจะรักกันนานแค่ไหน?
.
คำถามนี้ ผมเคยได้ยินมานับครั้งไม่ถ้วน
เคยถามตัวเองก็นับครั้งไม่ได้
คนๆหนึ่ง จะสามารถรักคนอีกคนหนึ่งได้ยาวนานเพียงไหน... สำหรับบางคน ผมว่า ชั่วนิรันด์
.... โลกสามารถเป็นพยานให้ได้ครับ
..

Crying Out Love, In The Center Of The World เล่าเรื่องของซากุทาโร่ (ทาคาโอะ โอซาวา) ชายผู้ซึ่งจู่ๆคู่หมั้นของตนก็หายตัวไปต่างจังหวัดโดยที่ไม่รู้สาเหตุ และประจวบเหมาะกับที่ พายุใต้ฝุ่นหมายเลข 29 พัดพาเข้ามาในประเทศญี่ปุ่น
นอกจากฝน และ ลมพัด อย่างบ้าคลั่งแล้ว
ไต้ฝุ่นลูกนี้ ยังหอบความทรงจำในอดีตของ ซากุ กลับมา...
ทำให้เขาเริ่มออกวิ่ง
ไม่ใช่เพื่อตามหา ริทซึโกะ
แต่วิ่งย้อนกลับไปหา ความรัก ที่ฝังรากลึกในจิตใจของเขา

ความรักที่ เวลาไม่เคยพรากมันออกไปไหน
.


สิ่งที่น่าสนใจที่ ภาพยนตร์เรื่องนี้นำเสนอกืคือ คอนเซปต์ ของความรักในแง่ของการเวลา และความดำรงอยู่
เมื่อ อากิ และ ซากุ ได้ใช้เวลาในช่วงฤดูร้อนร่วมกัน
วินาทีที่ เธอขอซากุ ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ ผมคิดว่า วินาทีนั้น ความรัก ได้ก่อตัวขึ้นแล้ว
และมันก็ได้ ขยายตัว เติบโต และ ดำรงอยู่ขึ้น
อืมม ใช่ครับ
จะเรียกว่า ความรัก ได้สร้างชีวิตของมันเองขึ้นมาก็ไม่ปาน
มันหล่อเลี้ยง หายใจ และเติบใต
อยู่ภายในหัวใจของคนสองคน
บางครั้งก็เติบโต บางครั้งก็หลับใหล
แต่มันไม่เคยตายจาก

ทันใดที่เราคิดว่า ความรักได้ตายจากเราไป เพราะว่าคนที่เรารักได้สิ้นลมหายใจ
ร่างกายแตกสลายพังไปจากโลกใบนี้
สิ่งที่เราไม่รู้ก็คือ มันยังมีชีวิตอยู่ ภายหัวใจ ภายในร่างกาย ภายในจิตของเรา (ผมไม่ทราบว่าที่ใดแน่ แต่มันดำรงอยู่แน่นอน)

ซากุทาโร่ หยิบเทปคาสเซตต์ ใส่ลงในวอล์กแมนรุ่นโบราณ (ที่ในหนังแสดงให้เห็นว่าในปัจจุบัน แทบจะเป็นของที่ถูกลืมไปเรียบร้อยแล้ว) ทันใดนั้น... เวทมนต์ก็บังเกิดขึ้น
ความรัก ระหว่าง อากิ และ ซากุ ก็ตื่นขึ้นอีกครั้ง
เรื่องราวมากมายที่ประกอบร่างกันเป็น ความรัก ก็ไหลล้นออกมา
เสมือนว่า
วัตถุบางชิ้น
ก็เป็นเสมอืนเครื่องกระตุ้น ความทรงจำ
(เอ... ถ้าจะเรียกว่าเป็น ไทม์ แมชชีน ก็คงไม่ผิดนะครับ)
.....................................

สิ่งที่น่ายกย่องมากๆ ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ไม่ใช่ในแง่ของ การถ่ายภาพ การแสดง หรือ การกำกับ (ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละส่วน ทำออกมาได้ดี) แต่เป็นในแง่ของ บทภาพยนตร์และ การตัดต่อ
จังหวะของเรื่องนั้น ดีมากครับ
ทุกๆอย่างที่เกริ่นต้นเรื่องได้รับการสานต่อไปจนจบ

ฉากเปิด ของคนสองคนและ ไต้ฝุ่นหมายเลข 29
ฉากการวิ่งอย่างบ้าคลั่ง และการตะโกนร้องสุดกู่ของ ซากุ
ลุงเซกะ ขอร้องให้ทำสิ่งประหลาดๆอย่าง ขอเศษกระดูกของครูใหญ่ อดีตคนรัก
การที่คนเราฟังเทปม้วนหนึ่ง... แล้วน้ำตาจะไหลพรั่งพรู ออกมาไม่หยุดยั้ง

เรื่องราวเหล่านี้ถูกคลี่คลายออกอย่างเป็นจังหวะ
ผ่านการคิดมาอย่างดี ซึ่งแต่ละครั้งนั้น กระตุ้นอารมณ์ได้เป็นอย่างดี (และแน่นอน กระตุ้นต่อมน้ำตาของผมไปด้วย)

วัตถุ ต่างๆ
สิ่งแวดล้อมต่างๆรอบตัวเรา
เมื่อกาลเวลาผ่านไป ความทรงจำที่บันทึกลงไปผ่านสิ่งเหล่านี้ ยิ่งมีมาก
รูปถ่ายของชายหนุ่ม และ หญิงสาว ที่ดูเด็กเกินวัย ที่จะแต่งงาน อาจจะดูตลกสำหรับบางคน
แต่ภายใต้รูปใบนั้น มันเก็บเรื่องราวอะไรเอาไว้?
ทำให้ผมหวลไปนึกถึงภาพยนตร์ไทยเรื่อง ข้างหลังภาพ ที่ได้ชม กำกับโดย คุณเชิด ทรงศรี

เป็นอะไรที่น่าสนใจดี ที่วัตถุต่างๆ ก็ล้วนจะสร้างชีวิตในรูปแบบของมันเองมาได้
ผ่านประสบการณ์ และความทรงจำของ มนุษย์
บางทีสมองของเรานั้นเก็บเรื่องราวเอาไว้นับไม่ถ้วน เสมือน ลิ้นชัก รอใครสักคนมาเปิด (แฟนฉัน) กระมัง
......................................
เราจะรักกันนานแค่ไหน

คำถามเดิม
สถานที่ใหม่
ณ ใจกลางของโลก ภูเขา อูรูลู
เสมือน จุดเชื่อม ผืนดิน ผืนฟ้า และอาจจะเป็นสัญลักษณ์ ของ โลกทั้งใบ

ณ ที่นี้ ชายคนหนึ่งประกาศก้องให้โลกได้รู้ว่า
ความรัก ระหว่างเขา และ เธอ นั้น จะคงอยู่ ตราบชั่วนิรันด์
ด้วยการโปรย เศษกระดูกของคนที่ตนรัก ไปให้โลกรู้
สสารไม่จำเป็น
รูปทรงไม่สำคัญ
ความเป็นอยู่ และการดำรงทางกายภาพ ละลายหายไป
ที่เหลืออยู่
เป็นเพียง
ความรัก
อาศัย และหายใจ ผ่านร่างกายของชายผู้นี้
อาจมีบ้างที่หลับใหล แต่ไม่เคยแตกดับ ขอเพียงแต่เรา หลับตา
ลองดูสิครับ
....แล้ว
เราจะรักกันตลอดไป

Comment

Comment:

Tweet


#6 by ทราย At 2007-09-24 23:30,
#5 by (203.172.199.254 /10.250.234.140) At 2006-07-28 14:13,
#4 by love (203.155.94.129 /10.100.103.103) At 2005-11-24 01:50,
เอ น่าจะมีแผ่นลิขสิทธิ์ออกมาแล้วนะครับ
ลองเช็คตามแผงดูนะ...
#3 by lakari At 2005-10-12 21:04,
ตอนที่มาฉายที่บ้านเราไม่มีโอกาศได้ดู ไม่ทราบว่าถ้าต้องการดูเป็น CD ไม่ทราบว่าจะไปหาได้ที่ไหน
#2 by june-ko (58.64.125.166) At 2005-08-22 13:54,
ชอบเรื่องนี้มาก ดูเเล้วร้องไห้ๆ มันเศร้าไรขนาดนี้ เเต่ผมชอบ Be with you มากกว่านิดนึงนะ
#1 by shikak At 2005-08-06 13:42,