2005/Jul/13

ความเพ้อคลั่งของโลกสีเทาใบนี้...

ที่ตั้งชื่อกระทู้แบบนี้เป็นเพราะผมรู้สึกแบบนี้จริงๆตอนดูหนังจบออกมาครับ
มันเป็นสีเทา... เสียจริงๆ
ผมบอกไม่ได้ว่าผมชอบหนังเรื่องนี้เต็มปาก
แต่บอกได้เต็มปากว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังดราม่าที่ดีที่สุดในรอบปี (แน่นอนว่าถ้าเรานับ Kill Bill 2 เป็นหนัง Action เท่านั้น)

ESOPM เล่าเรื่องของ โจเอล แบริช (รับบทโดย จิมแครี่ย์) ผู้ที่กำลังประสบปัญหาในการใช้ชีวิตกับแฟนสาวของตน คลีเมนไทน์ (รับบทโดย เคท วินเสล็ต) และวันหนึ่งก็มาพบว่าเธอได้ลบเขาออกไปจากความทรงจำของเธอ

ด้วยความปวดร้าวที่เกินจะทนไหว... เขาจึงกำลังจะทำอย่างเดียวกัน คือลบเธอออกไปจากความทรงจำนั่นเอง!

*** ด้านล่างนี้จะเป็นการเปิดเผยบางส่วนของเรื่องที่สำคัญ ถ้าท่านยังไม่ได้ชมภาพยนตร์ อาจจะทำให้เสียอรรถรสในการชมได้ ***

ระหว่างกระบวนการลบความทรงจำนั้น
โจเอลได้เดินทางไปในสมองตัวเอง ผ่านความทรงจำเกี่ยวกับคลีเมนไทน์ เรียงตามลำดับเวลาล่าสุดย้อนไปจนถึงครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้พบกัน (จี๊ดไหมเล่า)
แล้วเมื่อวันเวลาที่ดีๆได้ผ่านเข้ามาในความทรงจำ เขาก็พบว่า เขาไม่ต้องการจะลืมเธออีกต่อไปแล้ว เขาอยากจะเก็บเธอเอาไว้แม้ว่าจะปวดร้าวเพียงใด...

โจเอลพยายามซ่อนคลีเมนไทน์เอาไว้ให้ลึกขึ้นเพื่อให้รอดจากกระบวนการลบความทรงจำของ ดร.เมียร์ซวาก... แต่ก็พบว่าตนเองทำไม่สำเร็จ

โจเอลตื่นมาตอนเช้าในสภาพที่มึนงง และคลีเมนไทน์ก็ได้หายไปจากความทรงจำของเขาแล้ว เขากำลังจะออกไปทำงาน จำไม่ได้ว่าทำไมสภาพรถจึงยับเยินขนาดนั้น จำไม่ได้ว่าทำไมบางหน้าในสมุดโน้ตโดนฉีกออกไป

แต่หัวใจของเขาส่งเสียงออกมา

ณ วันแรกที่ทั้งคู่ได้พบกัน ในสมองของโจเอล
เราจะทำยังไงกันดี เวลาใกล้หมดแล้ว นี่เป็นวันแรกที่เรามาพบกัน คลีเมนไทน์ถามโจเอล

enjoy it โจเอลตอบสั้นๆ (แต่เล่นเอาผมน้ำตาซึม)
และในวินาทีสุดท้ายที่ทุกอย่างกำลังจะเลือนหายไป
I love you โจเอลพูด
meet me ar Montauk คลีเมนไทน์บอก...
เราไม่อาจะรู้ได้ว่าทำไม คลีเมนไทน์ถึงพูดเช่นนั้น

แต่หัวใจของเขาส่งเสียงออกมา
โจเอลรีบเปลี่ยนใจวิ่งไปขึ้นรถไฟไป Montauk ทั้งๆที่ไม่ใช่นิสัยของเขาที่จะเปลี่ยนใจแบบหุนหันพลันแล่น
... และที่นั่น เขาและเธอได้พบกันอีกครั้ง

โอกาสใหม่กำลังจะเกิดขึ้น
ถ้าในชีวิตจริงเราได้พบกับโอกาสแบบนี้บ้างล่ะ
แล้วคุณจะพร้อมที่จะกระโจนไปกับมันไหม
ถ้าคุณรู้อยู่แล้วว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร
หากมันจะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่ในเทปบอกออกมาเกี่ยวกับสิ่งที่เราคิดกับอีกคนหนึ่ง
หรือมันอาจจะไม่เหมือนเดิม

Itd be different this time

ในแต่ในความเป็นจริง
ผมไม่โชคดีได้รับโอกาสที่สองเช่นนั้นมากนัก

ผมเดินออกมาขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้าน
โอกาสที่สองจะมีไหมหนอ แล้วถ้าผมเป็นโจเอล ผมจะกล้าพอที่จะเหยียบย่ำไปยังอนาคตที่รู้ว่าหวั่นไหวหรือไม่
แล้วใจผมก็ตอบมาว่า
เมื่อไร ที่เรารู้สึกเลวร้ายในความสัมพันธ์

ก็ย้อนกลับไปวันแรกสิ...



ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ใจของผมเคลื่อนไหวตลอดเวลา เป็นอารมณ์ที่แปรปรวน สนุกระคนเศร้า เต็มไปด้วยพลังการให้ และการเอาออกไปจากผม
วิธีการเล่าเรื่อง
จังหวะ
การขึ้นไตเติ้ล
การถ่ายกล้องแบบ handheld
และ การเดินทางของตัวละคร
...
นี่คือภาพยนตร์ดราม่าที่ดีที่สุดในปีนี้ครับ

และสำหรับผม
จิม แคร์รี่ย์ ได้ออสการ์ไปแล้ว



edit @ 2005/07/14 19:25:13
edit @ 2006/07/14 12:45:18

Comment

Comment:

Tweet


ดูแล้วชอบมากค่ะ
มันเหมือนบอกให้เราได้รุ้ว่า
ถึงเราจะลบความทรงจำไปแล้วแต่ความรู้สึกก้ยังคงอยู่
#6 by 55 (202.133.139.58) At 2007-11-10 15:41,
ต้องดู แล้
#5 by (117.47.5.104) At 2007-10-16 19:30,
น้องท็อป เด๋วนี้หล่อขึ้นนะฮ้า แอบรักแต่ไม่กล้าบอกฮ่ะ
#4 by พี่ปี 4 (161.200.170.31) At 2005-10-04 22:05,
ต้องไปหามาดูแล้ว.....
เคยเห็นในร้านอยู่ค่ะแต่ไม่กล้าหยิบมาดูเพราะกลัวมันเศร้าเกินไป....
#3 by Gratai...Ka!!! At 2005-08-30 01:03,
ดูแล้วป่วย ด้วยโรคของความทรงจำ
#2 by filmsick At 2005-07-14 14:56,
เรื่องนี้ดูตั้งแต่ปีที่แล้ว
ชอบ
มีหลายอารมณ์ดี
#1 by ข้าวปุ้น At 2005-07-13 02:10,