2005/Jun/29



Armchair: The Beatles of Thailand

"โอ้เอย เจ้าอบเชย นะเจ้าเอย... ไม่เคยคิดหมองหม่น...
โอ้เอยนะเจ้าเอย เจ้าอบเชย เจ้าไม่เคยคิดพักใจ..."

"อบเชย" เป็นบทเพลงบทแรกที่ผม (และเชื่อว่าอีกหลายๆคน) ได้ยินจากศิลปินกลุ่มที่มีชื่อว่า อาร์มแชร์ โดยครั้งแรกที่ฟังนั้นก็เกิดความรู้สึกกรุ้มกริ่ม และล่องลอยไปกับเสียงเพลงสไตล์ บอซซาโนวา ของพวกเขา (ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่ามันเรียกว่า บอซซาโนวา รู้แต่มันแนวๆ อะคูสติก สบายๆดีนะ) แล้วพอได้ชมมิวสิกวิดีโอ ก็ค้นพบว่า แม่เจ้า ไอ้คนที่มันเป่าฟลุตนี่มันหล่อ และเท่ชิบหายเลย (หมายถึงพี่อ้วนน่ะครับ)
ช่วงที่อาร์มแชร์ชุดแรกดังเปรี้ยงปร้าง (อย่างน้อยก็ในกลุ่มคนฟังกลุ่มหนึ่งตอนนั้น) ผมยังไมได้สนใจอะไรมากมายนัก เนื่องจากคิดว่าเป็นวงพ็อพ ธรรมดาๆ แต่พอชุดสองออกมา และได้ฟังเพลงเปิดตัว "รึเปล่า?" ก็ทำให้ผมสำนึกตนได้ว่า

"ไอ้วงนี้มันไม่ธรรมดานี่หว่า"

จึงรี่ปรี่ ไปซื้อ design มาฟังทันทีและพบว่า เพลงของพวกเขานี่ ช่างเป็น pop ที่เจ๋งไม่หยอกเลยทีเดียว เมื่อฟังทุกเพลงในชุดอย่างเต็มอิ่มแล้วจึงรีบไปคุ้ยหาชุดแรกมาฟังอย่างทันใด
หลังจากได้เสพ pastel mood ไปหลายรอบมากๆ สลับกับ design อีกหลายๆรอบเช่นกันในช่วงนั้น ทำให้พบว่า วงอาร์มแชร์ได้มีการเปลี่ยนแปลงแนวทางของการทำเพลงที่น่าสนใจไม่น้อย โดยกระผมขอแจงออกมาพอสังเขป (ด้วยสติอันเล็กน้อย) ดังนี้

1. จากจุดเริ่มต้นที่เป็น บอซซาโนวา พวกเขาได้ละทิ้ง เครื่องเป่าไปแล้วมาจับความโดดเด่นของคีย์บอร์ดมากขึ้น ละทิ้งอคูสติกกีตาร์ แล้วมาจับกีตาร์ไฟฟ้า
2. ความเป็น pop ที่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการ arrange จังหวะ การจัดเรียง verse และ chorus ที่เข้าหูมากขึ้น บวกกับจังหวะเพลงที่เร็วขึ้น ใช้กลองมากขึ้น
3. การเพิ่ม เสียงแบบ synatizer เข้าไป ทำให้ฟังดูแล้วทันสมัยมากขึ้น

ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้แฟนเพลงหลายๆคน เริ่มสงสัยว่า เอ๊ะ แล้วไม่ทำแนว บอซซาโนวา แล้วเหรอไง(วะ) ตัวผมเองก็สงสัย เพราะเคยไปอ่านเห็นมาว่า พี่ผึ้ง (หัวหน้าวง, กีตาร์) อุตส่าห์ไปรวบรวมสมาชิกเพื่อก่อตั้งวงแนวบอซซาขึ้นมาโดยเฉพาะ (เห็นว่ามีเพื่อนจากเยอรมัน ช่วยด้วยนะ)
แล้วเมื่อกาลเวลาผ่านไปอีกไม่นาน (สองปีได้เนาะ?) อาร์มแชร์ ก็ได้ปล่อย ซิงเกิลของอัลบั้มชุดที่สามออกมา โดยมีชื่อว่า "เธอจะไปกับฉันหรือเปล่า" เมื่อได้ฟัง ผมก็แทบหงายหลัง
ความคิดแรกที่แวบเข้ามา
"นี่มันอาร์มแชร์เหรอวะเนี่ย"
ด้วยแนวเพลงที่ก้าวกระโดดไปอย่างชัดเจน จาก pop ใสๆ มาเป็น แนว pop rock โดยมีกลิ่นอายของกีตาร์แนว brit pop เข้ามา บวกด้วยจังหวะที่เร็วและสนุกขึ้นอย่างรู้สึกได้ชัด ทำให้หลายๆคนนึกสงสัย (ผมด้วยนะ)

ว่าอาร์มแชร์วงเดิมหายไปไหน

วงบอซซา ที่เราเคยคุ้นเคย จะหายไปตลอดกาลแล้วหรือไร

อาร์มแชร์ได้ให้เหตุผลว่าส่วนหนึ่งที่เปลี่ยนแนวเพลงเนื่องด้วยความต้องการการแสดงสดที่สนุกมากขึ้นด้วยเครื่องดนตรีสด (ก่อนหน้านี้ ถ้าใครติดตามก็จะทราบว่าพี่อ้วนเรานั้นมือพันกร มากๆ เนื่องจากต้องเล่นฟลุต เล่นคีบอร์ด เปิดลูป เขย่าไข่ และอื่นๆอีกมากมาย ไม่เข้าใจนะว่าทำได้ยังไง)
นอกจากนี้ตามเวบบอร์ดก็มีกระแสวิจารณ์อัลบั้มชุดนี้ออกมามากมายไม่ว่าจะเป็นว่า อาร์มแชร์ทำเพลงออกมาตลาดมากเกินไป ขาดความเป็นตัวของตัวเอง หรือกระทั่งไปด่าว่าทำเพลง pop แนว RS ไปแล้ว...
แต่สำหรับผมนั้น ผมชอบอัลบั้ม spring มากๆครับ

น่าจะเรียกได้ว่าชอบที่สุดในสามชุดแล้วมั๊ง

ผมรู้สึกว่าสิ่งที่อาร์มแชร์กำลังทำนั้น ถูกต้อง และเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยเห็นวงดนตรีวงไหนกล้าทำสักเท่าไหร่ พวกเขาได้พัฒนาแนวเพลงของตัวเองออกไปเรื่อยๆ บนพื้นฐานของดนตรี pop
เสมือนกระแสที่ไหลเชี่ยวกรากของดนตรี การเปลี่ยนแปลงย่อมเป็นเรื่องปรกติ และการที่วงดนตรีวงหนึ่งจะทดลองเปลี่ยนแปลงแนวของตัวเองด้วยนั้น ยิ่งเป็นเรื่องปรกติ (และยิ่งควรทำด้วยซ้ำ)
ไม่มีใครไม่รู้จัก The Beatles ใช่ไหมครับ

The Beatles เป็นวงดนตรีที่ดีที่สุดในโลก (คงไม่มีข้อกังขากันในข้อนั้นนะครับ) และพวกเขาได้ผลิตงานเพลงออกมามากมายหลายอัลบั้ม โดยที่ แนวเพลงของแต่ละอัลบั้มนั้น ก้าวกระโดดอย่างชัดเจน พวกเขาได้สร้างรากฐานของแนวเพลงไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น pop สมัยใหม่ rock, pop jazz, soul pop, classic หรือกระทั่งการริเริ่มใช้กีตาร์ พาวเวอร์คอร์ดที่เป็นรากฐานของ metal ในกาลเวลาต่อมา
ผมว่าสิ่งที่อาร์มแชร์กำลังทำอยู่นั้นคล้ายวง The Beatles ครับ
คือการเปลี่ยนแปลง ค้นหา และ เติบโดตใน แนวทางของตัวเองไปเรื่อยๆ โดยไม่หยุดอยู่กับที่

มาลองจินตนาการกันง่ายๆ

ถ้าอาร์มแชร์ออกเพลงมาสามชุด แล้วเป็น บอซซาโนวา ทั้งหมด ผมว่าป่านนี้พวกเขาอาจจะดับไปกับกระแสแล้วก็ได้ เนื่องจากไม่ได้สร้างสรรค์อะไรที่สดใหม่ออกมามากพอ แต่ด้วยความกล้าหาญที่จะนำเสนอสิ่งใหม่ๆให้กับแฟนเพลงของพวกเขานั้น ทำให้ อาร์มแชร์ มีอะไรน่าตื่นเต้นตลอดเวลา

แล้วสักวันหนึ่งที่อาร์มแชร์ได้มีพัฒนาการทางดนตรีไปเรื่อยๆจนถึงจุดหนึ่งแล้วกลับมาจับเพลง บอซซาโนวา อีกครั้ง ผมว่าพวกเขาจะทำมันออกมาได้ยอดเยี่ยมกว่าอัลบั้มแรกอีกมากมายยิ่งนัก (ซึ่งผมก็ตั้งตารอวันนั้นเลย)

แต่ละชุดที่ผ่านไปจาก pastel mood ไป design มาจนถึง spring ผมรู้สึกได้ถึงการพัฒนาของทุกๆตำแหน่งในวง โย่งมีเสียงร้องที่ดีขึ้นและสามารถเล่นกีตาร์ไปพร้อมๆกันได้เพื่อความแน่นมากขึ้น อ้วน(ที่เก่งชิบหายอยู่แล้ว)ก็มีส่วนกับเพลงมากขึ้น มีการร้องแถมไปอีก1เพลง กีตาร์ของพี่ผึ้งพลิกแพลงได้หลากหลายยากคาดเดา ส่วนเบสของพี่จ้อนั้น ก็แลดูมีบทบามในการควบคุมจังหวะเพลงมากขึ้น อีกทั้งยังสร้างเมโลดี้ซ้อนเข้าไปได้อย่างลงตัวรองจากเมโลดี้หลัก

สรุปเป็นว่าผมว่า ถ้าจะพูดถึงวง pop ที่ดีมากๆของเมืองไทย ชื่อของ อาร์มแชร์ของกรากฏขึ้นในลำดับต้นๆได้อย่างไม่ยาก และอีกไม่นานคงสามารถถีบตัวเองขึ้นเป็นวงหัวหอก ของเมืองไทยได้อย่างแน่นอน (ตอนนี้สำหรับผมคิดว่า Death of A Salesman เป็นอันดับ 1 อ่ะนะ แล้ววันหลังจะเขียนถึงด้วย)

อัลบั้มหน้าถ้าพี่อาร์มแชร์จะออกแนวฮาร์ดคอร์ ก็จัดมาเลยครับ!!


edit @ 2005/10/18 13:36:16
edit @ 2007/01/07 22:51:44

Comment

Comment:

Tweet


มือกีตาร์เกงอยู่คนเดียว นอกนั้นอ่อน
#5 by a (124.121.130.166) At 2007-05-18 08:51,
ชอบเพลง "รักแท้"อ่ะค่า ชอบมากมาย
#4 by .... (202.44.14.194 /10.17.2.172) At 2006-10-06 20:52,
งั้นก็ต้องเป็นความลวงที่แสนหอมหวานแล้วล่ะ

เพราะหลงรักซะเหลือเกิน หนังเนี่ย
#3 by เบน At 2005-07-04 16:59,
ใช้อะไรวัดอะ
#2 by Gratai...Ka!!! At 2005-07-03 22:37,
ฮาเนเก้บอกว่า มันคือความลวง ที่วิ่งเร็ว 24 เฟรม ต่อ วินาที
#1 by filmsick At 2005-06-29 15:08,